อไปเจ้าจะทำอะไร ข้าไปส่งเจ้าเอง!” สวีเสี่ยวหลานพูด
“อืม…ลำดับต่อไปศูนย์การค้านานาชาติแล้วกัน ข้าต้องไปซื้อชุดร่วมหลายร้อยชุดกับเครื่องประดับนับไม่ถ้วน” อันหลินตอบ
“หา เจ้าคงไม่ได้อยากเปิดร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับหรอกนะ!” สวีเสี่ยวหลานได้ฟังก็มองอันหลินอย่างตกตะลึง
อันหลินยิ้ม จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เขาช่วยหิ้วสินค้าให้พวกรุ่นพี่ทั้งหลายกับสวีเสี่ยวหลานจนหมดเปลือก
สวีเสี่ยวหลานได้ยินก็พยักหน้ารัวๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ไม่คิดเลยว่า เจ้าจะมีหัวการค้ากับเขาด้วย”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว” อันหลินกระหยิ่มยิ้มย่อง จากนั้นพูดว่า “ตอนนี้เจ้าต้องการหินวิญญาณไหม ข้ามีหินวิญญาณสามหมื่นก้อน ตอนนี้เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ ให้เจ้าดีไหม”
อันหลินได้รับความเมตตาจากสวีเสี่ยวหลานไม่น้อย แต่กลับไม่มีโอกาสได้ตอบแทนนางเลย
ตอนนี้เขาอยากใช้โอกาสนี้ประพฤติตนให้ดี
“หินวิญญาณหรือ” สวีเสี่ยวหลานยักไหล่ “เจ้านั่นข้าไม่ขาดหรอก อีกอย่าง ไม่ง่ายเลยกว่าเจ้าจะเก็บหอมรอมริบได้ ข้าจะกล้ารับได้อย่างไร”
เมื่ออันหลินได้ฟังก็ผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ “แล้วเจ้ามีของที่อยากได้เป็นพิเศษไหม”
“ของที่อยากได้เป็นพิเศษงั้นหรือ…” สวีเสี่ยวหลานลูบคาง ใบหน้าแสดงอาการครุ่นคิด
อันหลินทำหน้าคาดหวัง รอคำตอบจากสวีเสี่ยวหลานเงียบๆ
แต่ที่น่าเสียดายคือ นางขบคิดอยู่เกือบสิบห้านาที ก็คิดอะไรไม่ออก…
ขณะที่อันหลินเริ่มทำหน้าสลดอีกครั้ง เสียงหวานเยิ้มก็