ย่างยากลำบาก เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
“หา ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรือไง โฮ่ง!” ต้าไป๋มองอันหลินที่คล้ายจะไม่เป็นอะไรแล้ว กระดิกหางอย่างดีอกดีใจ
เฉินเฉินจากไปแล้ว ตอนนี้ในสมรภูมิรบเงียบสงัด
เมื่ออันหลินเห็นหวังเสวียนจ้านที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้น ก็เกิดลังเลขึ้นมา
“ต้าไป๋ เจ้าว่า เราจะเข้าไปสู้กับเขาสักตั้งดีไหม” อันหลินเห็นหวังเสวียนจ้านหมดซึ่งความฮึกเหิม หมดอาลัยตายอยาก ก็รู้สึกสงสารขึ้นมา
“ต้องไปอยู่แล้วสิ จัดการหมาตกน้ำเป็นเรื่องที่พวกเราชอบมากที่สุดไม่ใช่หรือ!” ต้าไป๋พูดอย่างลำพองใจ
“อย่าพูดเรื่องแย่ๆ เช่นนั้นด้วยความภูมิใจขนาดนี้ได้ไหม” อันหลินระอาใจ
ขณะที่อันหลินกับต้าไป๋กำลังหารือว่าจะเข้าไปหรือไม่ หวังเสวียนจ้านก็โงนเงนลุกขึ้นมาแล้ว
เขาเห็นอันหลินกับต้าไป๋ที่ยังอยู่ที่เดิม สีหน้าก็ถมึงทึงขึ้นมา
“พวกเจ้าไม่อาศัยโอกาสหลบหนี ยังอยู่ที่นี่เพื่ออะไร มาหัวเราะเยาะข้างั้นหรือ”
หวังเสวียนจ้านเดินไปทางอันหลินทีละก้าว อารมณ์โทสะค่อยๆ ผุดขึ้นมาในใจ
“ไม่เช่นนั้นก็คงเป็นเพราะเจ้าเห็นข้าแพ้เฉินเฉิน จึงคิดว่าข้าอ่อนแอ วางแผนจะเอาชนะข้า เพื่อให้ชื่อก้องสรวงสวรรค์ ข้าจะบอกให้นะ แม้ข้าจะแพ้เฉินเฉิน แต่ก็ยังแข็งแกร่งกว่าเจ้าหลายเท่า! อยากเอาชนะข้าหรือ ฝันไปเถอะ! ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่า อะไรคือความแตกต่างทางพลังที่แท้จริง!”
นัยน์ตาของหวังเสวียนจ้านกลายเป็นสีทองอีกครั้ง พลังในร่างกายแผ่กระจายประหนึ่ง