นเช่นก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ เขาค่อยๆ ฟื้นฟูจากสงครามเมื่อครู่นี้แล้ว มีความสามารถระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายเช่นเดิมเขาจะใช้คู่หูมนุษย์สุนัขเป็นหินลับหอก ทวงจุดสูงสุดของพลังกลับคืนมา!”
เสื้อผ้าของพานปู้อวี่โบกสะบัดแม้ไร้แรงลม แลดูทะนงองอาจ
คำพูดของเขา นำมาซึ่งสายตาจับจ้องของนักเรียนกลุ่มหนึ่ง กลายเป็นบุคคลคนสำคัญของบริเวณนี้
ภายในป่าพันยอด เมื่อหวังเสวียนจ้านเห็นอันหลินอาจหาญก้าวออกมา ประจันหน้ากับเขา ก็ทำให้เขาอัดอั้นตันใจ ดวงตาแผ่รังสีอำมหิต
“กายแห่งมรรคขั้นเก้าอย่างเจ้า กลับใจกล้าก้าวออกมาสู้กับข้าเพียงลำพัง! ดีมาก เจ้าคิดว่าข้าแพ้เฉินเฉินผู้มีกายแห่งมรรคขั้นแปด จึงรู้สึกว่าข้าไร้ประโยชน์ใช่ไหม!”
ประโยคนี้อันหลินไม่ตอบ เขาแค่ยืนอยู่ที่เดิม รอการจู่โจมจากหวังเสวียนจ้าน
หวังเสวียนจ้านโมโหอันหลินมากทีเดียว คนที่อยู่ในระดับกายแห่งมรรคกระจอกๆ คนหนึ่ง ยังกล้าเผชิญหน้ากับเขา สำหรับคนที่ทะนงตนอย่างยิ่งเช่นเขา มันเป็นความอดสูอันใหญ่หลวง
“เอาหอกข้าไปกิน!”
หวังเสวียนจ้านไม่พล่ามให้เสียเวลาอีก ยื่นหอกที่รายล้อมด้วยมังกรเขียวและพลังปราณออกไป
อานุภาพของหอกนี้รุนแรงอย่างยิ่ง แม้จะเป็นนักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณ หากว่าไม่หลบหลีก ก็จะถูกหอกแทงตายได้เช่นกัน
แต่อันหลินกลับไม่หลบไม่หลีก ชูนิ้วขึ้นมา
ภาพที่คล้ายคลึงกัน ท่าทางที่เหมือนกันยิ่งนัก เพียงแค่คนทำไม่ใช่คนเดียวกัน
ขณะนั้น หวังเสวียนจ้านนึก