สีทองขนาดมหึมาก็เข้ามาประชิดเขา อานุภาพอันน่ากลัวซัดจนเขาล้มลงไปในพริบตา
โจวชิงอวิ๋นกระอักเลือก แต่สายตากลับแน่วแน่ “ปล่อยพลังเซียนสองครั้งออกมาพร้อมกัน อันหนึ่งในที่แจ้ง อีกอันในที่ลับ ร้ายกาจ!”
“แต่แล้วอย่างไรเล่า ข้าย่อมจัดการได้ในกระบี่…พรืด!”
มีร่างใหญ่โตมโหฬารลอยลงมาจากฟ้า ทับตัวเขาไว้อย่างสิ้นเชิง พละกำลังมหาศาลทำให้เขากระอักเลือดอีกครั้ง
โจวชิงอวิ๋นรู้สึกหน้ามืดตาลาย เขาเห็นร่างขนาดใหญ่ปรากฎอยู่ตรงหน้า เมื่อเพ่งมองไปถึงได้รู้ว่าคู่ต่อสู้ของตนไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสุนัขตัวใหญ่งั้นหรือ
นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
สุนัขสีขาวส่งยิ้มชั่วร้ายให้เขาด้วยงั้นหรือ
ไม่รอให้เขาทราบมูลเหตุที่แท้จริง ร่างมนุษย์ก็กระโดดลงมาจากหลังสุนัข!
ฟิ้ว!
ร่างนั้นรวดเร็วยิ่งนัก มาอยู่ตรงหน้าเขาในเสี้ยววินาที จากนั้นก็รัวหมัดใส่เขาประหนึ่งสายลมสายฝนคลั่ง…
โจวชิงอวิ๋นถูกหมัดอันน่ากลัวชกจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ว่า “ช้า…ช้าก่อน!”
อันหลินได้ยินคำพูดของโจวชิงอวิ๋นก็หยุดการโจมตี มองเขาด้วยความฉงน “รุ่นพี่ เป็นอะไรไป ไม่สู้ต่อแล้วหรือ”
โจวชิงอวิ๋นได้ยินประโยคนี้ ก็แทบจะทนไม่ไหวร้องไห้ออกมา
ให้ข้า ‘สู้ต่อ’ อะไรกัน นี่มัน ‘ถูกเจ้าชกต่อ’ ชัดๆ…
“สหายอันหลินกล้ารับกระบี่ของข้าไหม”
โจวชิงอวิ๋นพูดอย่างยากลำบาก
กระบี่ของเขาสั่งสมเจตจำนงมาเนิ่นนาน หากสิ้นสุดการต่อสู้ทั้งที่ยังไม่ได้ปล่อยออกม