เซียนที่นักเรียนกายแห่งมรรคขั้นสิบสำแดงออกมาเสียอีก
ด้วยเหตุนี้แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาก็ล้มฉินเฟิงจนลุกไม่ขึ้น
“เอ๊ะ ทำไมเขาอ่อนแอขนาดนี้ล่ะ”
อันหลินเดินไปใกล้ฉินเฟิง ถามอย่างงุนงง
ในสายตาของเขา อย่างน้อยนักเรียนคนนี้ก็เป็นกายแห่งมรรคขั้นสิบ ไม่ว่าอย่างไรก็คงต้องปล่อยหมัดสะเทือนขุนเขาสักสองสามหมัด จึงจะเอาชนะได้ ตอนนี้ทำไมแค่หมัดเดียวก็มีล้มแล้วล่ะ
ฉินเฟิงได้ยินประโยคนี้ก็เกือบจะกระอักเลือดอีกครั้ง ก่นด่าทันทีว่า “หน้าไม่อาย หากมีปัญญาเจ้ามาสู้กับข้าตัวต่อตัวสิ! เจ้ากับยอดฝีมือระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณร่วมมือกันโจมตีข้า ไม่ใช่วีรบุรุษแล้ว อีกอย่างกติกาของกิจกรรมก็ระบุว่าต้องสู้กันตัวต่อตัว เจ้ากำลังทำผิดกติกาอยู่!” ฉินเฟิงตวาดต่อ
อันหลินได้ยินก็กะพริบตาปริบๆ ชี้ต้าไป๋แล้วพูดว่า “ข้าสู้เพียงลำพังนี่นา นี่เป็นหมา ไม่ใช่คน มันเป็นสัตว์คู่กายของข้า และเป็นหนึ่งในกำลังของข้าเช่นกัน!”
ต้าไป๋พูดสนับสนุนว่า “ข้าเป็นสัตว์คู่กายของอันหลิน ข้าชื่อต้าไป๋ โฮ่ง!”
สัตว์คู่กายบ้าอะไร!
สัตว์คู่กายบ้านเจ้ามีพลังยุทธ์สูงกว่าเจ้างั้นหรือ
นี่มันโกง โกงชัดๆ! เข้าใจไหม
ฉินเฟิงได้ยินประโยคนั้น ก็โมโหจนร่างกายสั่นเทา รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นลมแล้ว
ในตอนนั้นเอง ต้าไป๋ก็พูดต่อว่า “ไป อันหลิน เจ้าไปซ้ำมีดอีกสักที เช่นนี้เจ้าก็จะเอาชนะผู้แข็งแกร่งกายแห่งมรรคขั้นสิบได้อีกคนแล้ว”
ซ้ำมีดงั้นหรือ
ฉินเฟิงได้ยินคำนี