ินดังนั้นใบหน้าก็ถมึงทึงขึ้นมา เขาไม่ใช่นักบวช เมื่อถูกคนอื่นพูดว่า ‘โกง’ ครั้งแล้วครั้งเล่า อารมณ์ย่อมไม่ได้ดีมากนัก
“อ๊าก!” เว่ยจี๋ตะโกนลั่นด้วยความโกรธ จู่โจมอันหลินอีกครั้ง
ตอนนี้เขาบาดเจ็บสาหัสมาก ความเร็วที่พุ่งเข้ามาช้ากว่าก่อนหน้านี้ไม่น้อย
คมดาบแห่งสายลมห้อมล้อมสองหมัดของเว่ยจี๋ไว้ ทุกครั้งที่ปล่อยหมัดจะมีเสียงของคลื่นกระแทก อานุภาพก็ยิ่งใหญ่เป็นที่สุด
ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของอันหลินสู้เว่ยจี๋ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ระหว่างการประมือ ร่างของเขาจึงถูกหมัดของเว่ยจี๋ซัดเข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
ทุกหมัดของเว่ยจี่ที่กระแทกใส่ร่างกายของอันหลิน จะถูกแรงสะท้อนอันรุนแรงสะเทือนจนกำปั้นชา ราวกับกำลังชกลงบนแผ่นโลหะ
ส่วนอันหลินที่ถูกเขาโจมตี แค่ถูกแรงมหาศาลสะเทือนจนถอยหลังไม่กี่ก้าวเท่านั้น สีหน้าไม่แปรเปลี่ยนเลยสักนิด ราวกับคนที่ไม่สะทกสะท้านเลย
เมื่อเห็นฉากนี้ เว่ยจี๋ก็ต้องตะลึงอีกครั้ง
ร่างกายเขามันอย่างไรกันแน่ ทำไมถึงได้ทนทานปานนี้ หมัดของข้าสะเทือนได้แม้แต่หินแกร่ง ทำไมเมื่อชกบนตัวเขา เขากลับไม่เป็นอะไรเลย
“เจ้าต้องมีปัญหาแน่ บอกมา เจ้าไปทำอะไรมา!”
เว่ยจี๋ลงมืออย่างบ้าระห่ำ นัยน์ตาแดงก่ำ ทุกการโจมตีล้วนใช้แรงทั้งหมด
อันหลินมองเว่ยจี๋ที่เสียสติไปแล้ว เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วปล่อยหมัดออกไป
หมัดสะเทือนขุนเขา!
ม่านแสงสีทองปกคลุมทั่วตัวเว่ยจี๋ ความทรงพลังดุจขุนเขามหึมาทับลงมา ทำให้ใบหน้าของเขาฉา