นนี้ก็ยังได้สติ ดูหน้าจอระบบของตัวเอง
ไร้การเปลี่ยนแปลง…
ไม่ได้ผลงั้นเหรอ อันหลินจมอยู่ในภวังค์ความคิด
เงื่อนไขของภารกิจคือ ‘เอาชนะคู่ต่อสู้ที่มีระดับพลังยุทธ์กายแห่งมรรคขั้นแปดขึ้นไปหนึ่งคนซึ่งหน้า’
น่าจะเป็นความขัดแย้งของ ‘คู่ต่อสู้’ แสดงออกไม่ชัดเจน ระบบถึงยืนยันไม่ได้ ฉะนั้นแบบนี้ดีไหม…
อันหลินมองสวีเสี่ยวหลานที่ล้มบนพื้น ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
“รีบลุกขึ้นเถอะ ท่าทางที่เจ้าล้มน่าเกลียดเหลือเกิน ข้าทนมองต่อไปไม่ได้แล้ว” อันหลินพูดอย่างรังเกียจ
“เจ้าว่าอะไรนะ!” สวีเสี่ยวหลานลุกขึ้น ใบหน้าเย็นเยือก
อันหลินยักไหล่ พูดช้าๆ ว่า “บอกเจ้าตามตรงดีกว่า เมื่อเทียบใบหน้าเจ้ากับซูเฉี่ยนอวิ๋น มันแตกต่างราวลูกเป็ดขี้เหร่กับหงส์ขาว หน้าของเจ้านี่มัน ยิ่งมองก็ยิ่งน่าเกลียด”
“อัน! หลิน!” สวีเสี่ยวหลานจ้องอันหลินอย่างโกรธเคือง กัดฟันเรียกชื่ออันหลิน
อันหลินยิ้มเยาะ “ทำไม ข้าพูดความจริงเจ้าไม่พอใจหรือ งั้นก็มาตีข้าสิ!”
เมื่อพูดแบบนี้ สวีเสี่ยวหลานก็พุ่งเข้ามาจริงๆ ร่างกายระเบิดพลังอันน่าตะลึง
ความรู้สึกอันตรายบางอย่าง แผ่คลุมไปทั้งตัวอันหลินในพริบตา
ถูกแล้ว นี่สิลักษณะที่ศัตรูพึงมี!
อันหลินเห็นดังนั้นก็ลิงโลด รีบตะโกนเสียงดังว่า “สวีเสี่ยวหลาน ตอนนี้มาประมือกับข้า จากนั้นค่อยยอมแพ้ข้า ข้าก็จะสำเร็จ!”
สวีเสี่ยวหลานพุ่งไปยืนหน้าอันหลินทันที ใบหน้านอกจากแสยะยิ้มด้วยความโกรธแล้ว ไม่มีสีหน้าอื่นเลย
“คนช