ยิงจันทราหรือ” คราวนี้อันหลินงงยิ่งกว่าเดิม
“เพราะคนที่ตามเกี้ยวพี่ฉางเอ๋อมีมากเหลือเกิน นางจึงตั้งกฎข้อหนึ่งว่า ใครสามารถยิงธนูจากพื้นดินไปถึงดวงจันทร์ได้ ถึงจะมีสิทธิ์พบหน้านาง” ซูเฉี่ยนอวิ๋นอธิบาย
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” อันหลินเข้าใจทันที “แล้วตอนหลังเขายิงธนูไปถึงดวงจันทร์หรือไม่”
ซูเฉี่ยนอวิ๋นส่ายหน้า “เปล่า ได้ยินว่าเขายืนหยัดถึงเก้าปี สุดท้ายเหมือนจะตระหนักรู้ถึงวิถีธนู บรรลุเป็นเซียนพสุธา จากนั้นก็จากไปด้วยความเบิกบานใจ”
อันหลิน “…”
มันแตกต่างกับโฮ่วอี้ในความทรงจำของเขามากเหลือเกิน ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก
“แล้วเจ้าเป็นพี่น้องกับฉางเอ๋อได้อย่างไร”
“เรื่องนี้ต้องย้อนไปตอนที่ข้าอายุห้าขวบ ตอนนั้นพี่ฉางเอ๋อมาเก็บน้ำเย็นจันทราที่แคว้นจื่อซิง ผ่านวังชิงมู่…”
เดิมทีอันหลินแค่ถามไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าซูเฉี่ยนอวิ๋นจะบอกเล่าเรื่องราวระหว่างนางกับฉางเอ๋อไม่หยุดโดยไม่ระแวงเลยสักนิด
ซูเฉี่ยนอวิ๋นตั้งใจพูดอย่างมาก ตั้งแต่ผูกพันกับฉางเอ๋อเพราะนางมองออกว่าตนมีพรสวรรค์แต่เด็ก จนถึงตอนที่อยู่กับฉางเอ๋อตอนโตแล้ว ไม่ว่าจะเล็กใหญ่ ต่างก็เล่าให้อันหลินฟังทั้งหมด
ยิ่งอันหลินได้ฟัง ก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ
นี่ เจ้าเชื่อใจข้าเกินไปหรือเปล่า
แม้แต่เรื่องที่เจ้าไปเที่ยวเล่นที่ดวงจันทร์ ฉางเอ๋อจะจูบเจ้าทุกครั้งที่พบหน้าก็เล่าให้ข้าฟังด้วยหรือ
เดี๋ยวนะ ตอนอายุสิบหก ฉางเอ๋อนอนกอดเจ้าด้วยงั้นเหรอ!
อันหลินตระ