ายของสำนักจนตายเรียบ อันหลินไม่รู้จริงๆ ว่า นางมาหาตัวเองเพราะอะไรกันแน่
“งั้นเจ้าเจียดเวลามาสอนข้าพูดภาษาจีนกับภาษาอังกฤษหน่อยได้ไหม ข้าไม่เคยมีพรสวรรค์ทางด้านภาษาเลย
ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ใช้เวลานานนักหรอก!”
ราวกับกลัวอันหลินจะปฏิเสธ ซูเฉี่ยนอวิ๋นจึงรีบพูดเสริม
นี่มัน…ความสุขมากะทันหันเกินไปหรือเปล่า!
ตอนนี้หัวใจของอันหลินเต้นรัว คาดว่าเร็วกว่าเมื่อก่อนสองสามเท่า ตื่นเต้นจนเกือบจะช็อกแล้ว
อดทนไว้! อันหลิน! นายทำได้!
โอกาสที่พันปีก็ยากจะได้พบแบบนี้ ถ้านายพลาดล่ะก็ คงต้องเดียวดายไปทั้งชีวิตแน่ๆ!
อันหลินจิตใจว้าวุ่น เขารู้ว่ายิ่งเป็นเวลาแบบนี้ ก็ต้องยิ่งใจเย็น
“ได้ เพราะข้าเป็นตัวแทนประจำวิชานี่นา ช่วยเหลือสหายที่ประสบปัญหา เป็นหน้าที่ของข้า ขณะเดียวกันก็เป็นเกียรติของข้าเช่นกัน
เจ้านั่งลงสิ ข้าจะค่อยๆ สอนเจ้า”
อันหลินเผยรอยยิ้มอ่อนโยนปานแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ พูดกับซูเฉี่ยนอวิ๋น
ซูเฉี่ยนอวิ๋นพยักหน้า นั่งลงข้างอันหลิน ใบหน้าแสดงความซาบซึ้ง “งั้นต้องรบกวนเจ้าแล้ว”
เมื่อซูเฉี่ยนอวิ๋นนั่งลง อันหลินก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ประหนึ่งกล้วยไม้ที่ซ่อนตัวไปหุบเขาลึก
แม้ในใจจะประหม่าเป็นล้นพ้น แต่เขาก็พยายามทำให้ตัวเองแสดงออกอย่างสุขุมเล็กน้อย
“สหายซูเฉี่ยนอวิ๋น ตอนนี้เจ้าเรียนภาษาจีนกับภาษาอังกฤษถึงขั้นไหนแล้วล่ะ” น้ำเสียงของอันหลินราบเรียบ ถามด้วยสีหน้าจริงจัง
ซูเฉี่ยนอวิ๋นเม้มปากเล็กน้อย ใบหน้าเจือ