งมองนางตาละห้อย ทำให้นางทนไม่ไหว จำใจพูดว่า “เจ้ารู้ไหมว่าเจ้านอนไปกี่คาบแล้ว”
“สองคาบ” อันหลินพูดอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
อาจารย์เปลี่ยนจากชายวัยกลางคนอย่างเซียนพสุธาชางชิงเป็นผู้หญิงงดงามคนนี้ คิดว่าตัวเองคงจะนอนไปสองคาบแล้วล่ะมั้ง
“ไม่…เจ้านอนไปเกือบสี่คาบ นี่เป็นคาบสุดท้ายแล้ว!” สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างไม่พอใจ
“โอ้แม่เจ้า!” อันหลินอุทานเสียงเบา
ไม่คิดว่าแค่หลับก็กินเวลาทั้งครึ่งเช้าแล้ว เรานอนเก่งขนาดไหนกันนะ
อันหลินคาดเดาว่า คงเป็นเพราะเมื่อคืนเขาทำสมาธิกำหนดลมหายใจนานเกินไป เป็นเหตุให้ร่างกายอ่อนเพลีย
“เจ้านอนเงียบๆ น่ะไม่เป็นไร อาจารย์ไม่สนใจเจ้าหรอก
แต่ว่า เมื่อครู่เจ้ากลับละเมอในคาบเรียน เสียงไม่เบาเสียด้วย เพื่อนส่วนใหญ่ต่างก็ได้ยินวาจายอดเยี่ยมของเจ้าแล้ว” สวีเสี่ยวหลานกระซิบบอก มองอันหลินอย่างเห็นใจ
อันหลินสังหรณ์ใจไม่ดี “ข้าพูดอะไร”
สวีเสี่ยวหลานเท้าคาง ท่าทางนึกอะไรขึ้นมาได้ หลุดขำพรืดออกมา
หัวเราะอยู่พักใหญ่ นางถึงได้เริ่มเล่าโดยเลียนแบบเสียงของอันหลินกับอาจารย์หญิงท่านนั้น
“เจ้าแห่งแดนปีศาจ ตายเสียเถอะ!”
“นักเรียนคนนี้เป็นใครกันแน่ ถึงได้กล้าละเมอในคาบเรียนของข้า”
“เจ้าพูดอะไรน่ะ ข้ากำลังปกป้องโลกใบนี้อยู่นะ!”
“เจ้ารีบตื่นเดี๋ยวนี้นะ หากไม่ตื่นข้าจะโยนเจ้าออกไปจากห้องนี้!”
“เลิกพูดพล่ามได้แล้ว เอาหมัดข้าไปกิน!”
…
“เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ หลังบทสนทนาตามแบบฉบับสิ้นสุดลง เจ้าก็ถู