างคนใช้วิธีการลอย บางคนก็ยิ่งสะดุดตา ขี่ศาสตราวุธเหาะเหินกลางเวหา พวกนี้ดูแล้วยังพอรับได้
แต่คนที่นั่งพายุทอร์นาโดคนนั้นมันอะไรกันล่ะ
แค่เจ้านั่งพายุทอร์นาโดเคลื่อนไหวก็มากพอแล้ว ทำไมต้องหมุนตามพายุด้วยเล่า…
เมื่อเห็นฉากนี้ อันหลินทนไม่ไหวแล้วจริงๆ หลุดขำพรืดออกมา
คิดไม่ถึงว่าคนที่นั่งพายุทอร์นาโดคนนั้น จะรู้สึกไวต่อเสียงหัวเราะเป็นอย่างมาก พอพบว่าอันหลินกำลังหัวเราะเขา ก็จ้องอันหลินด้วยความโกรธ
จากนั้น อันหลินก็ไม่กล้าหัวเราะอีก พยายามอดทนอดกลั้นต่อสายตาโกรธขึงที่หมุนมารอบแล้วรอบเล่า กระทั่งเขาลอยไปไกล…
“ข้างหน้าก็คือจุดลงทะเบียน” สวีเสี่ยวหลานชี้บริเวณที่มีผู้คนกระจุกตัวอยู่ข้างหน้า
ตรงนั้นเป็นจัตุรัสเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่ แต่กลับมีคนรวมตัวกันมุงดูนับพันชีวิต
แท่นศิลาสีดำขนาดมหึมาตั้งอยู่กลางฝูงชน ส่องแสงสว่างสีขาวออกมาตลอดเวลา
“กายแห่งมรรคขั้นเจ็ด!”
“โอ้โห สุดยอด…”
ผู้คนฮือฮากันขึ้นมา
อันหลินมึนงง ความรู้สึกเดจาวูของการทดสอบแบบนี้มันคืออะไรกัน
“นี่เป็นการทดสอบพลังยุทธ์ก่อนเข้าศึกษา แม้พวกเราจะได้หนังสือตอบรับแล้ว แต่ว่า ระดับพลังยุทธ์ของแต่ละคน เป็นตัวตัดสินว่าเจ้าจะได้เข้าศึกษาในระดับชั้นใด” สวีเสี่ยวหลานอธิบาย
สวีเสี่ยวหลานพูดต่อว่า “ศิษย์ใหม่ของรุ่นนี้มีราวๆ ทั้งหมดหนึ่งหมื่นคน จะถูกแบ่งออกเป็นหนึ่งร้อยห้อง ห้องหนึ่งถึงห้องหนึ่งร้อย เรียงลำดับจากระดับพลังยุทธ์จากสูงไปต่ำ”
อันหลินถ