อนหายใจ “นี่เป็นนโยบายการแบ่งห้องที่มักง่ายจริงๆ”
สวีเสี่ยวหลานยิ้มบางๆ “เพื่อความสะดวกต่อการสอนศิษย์ตามความสามารถ อีกอย่างอันหลิน แค่มองก็รู้แล้วว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะ ถูกจัดให้อยู่ห้องหนึ่งแน่นอน”
ดูพูดเข้าสิ อันหลินไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากายแห่งมรรคคืออะไร ห้องหนึ่งร้อยแน่ๆ…
อันหลินกับสวีเสี่ยวหลานเบียดเข้าไปในฝูงชน จนมาถึงจุดลงทะเบียน
สวีเสี่ยวหลานหยิบหนังสือตอบรับสีขาวออกมา ยื่นให้ชายวัยกลางคนที่มีกระบี่เซียนเหน็บอยู่ข้างเอว ลักษณะไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
จากนั้น นางก็เดินไปยืนตรงหน้าแท่นศิลาสีดำขนาดใหญ่ ยื่นมือกดลงไป
แสงสีขาวเจิดจ้าพุ่งออกมา ตัวอักษรขนาดมหึมาปรากฏขึ้นข้างบน “กายแห่งมรรคขั้นเก้า!”
“อัจฉริยะจริงๆ บรรลุกายแห่งมรรคขั้นเก้าตั้งแต่อายุยังน้อย!” ผู้คนต่างก็อุทานอย่างตกใจ
ผู้คนมองหญิงสาวที่งามสง่า ผู้สวมชุดนักพรตกลางจัตุรัส ด้วยสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความอิจฉา
ชายวัยกลางคนที่มีกระบี่เซียนเหน็บเอวประกาศเสียงดังว่า “สวีเสี่ยวหลาน ห้องหนึ่ง!”
สวี่เสี่ยวหลานเดินมายืนข้างอันหลินท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง พูดยิ้มๆ ว่า “อันหลิน ตาเจ้าแล้ว สู้เขานะ!”
อันหลินตื่นเต้นเล็กน้อย เขาก้าวขึ้นไป ยื่นกระดาษสีทองใบนั้นให้ชายวัยกลางคนคนนั้น
ชายวัยกลางคนรับกระดาษสีทองของอันหลินไป ใบหน้าเฉยชาแสดงอาการตกใจ
เขารีบใช้พลังวิเศษกระตุ้นกระดาษสีทอง กระดาษสีทองส่องแสงสีทองอ่อนๆ ภายใต้การกระตุ้