นด้วยพลังวิเศษ
สายตาของชายวัยกลางคนเบนมาทางอันหลิน บนใบหน้าไร้อารมณ์มีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้น เขาพูดเสียงอ่อนโยนกับอันหลินว่า “ไปเถอะ ไปทดสอบพลังยุทธ์หน่อย”
“จดหมายรับรองของผู้เที่ยงแท้!” หลังศิษย์ใหม่ที่มีสายตาเฉียบแหลมเห็นกระดาษสีทองแผ่นนั้น ก็อุทานออกมา
ประโยคนี้ ทำให้ศิษย์ใหม่ที่มุงดูเริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่ขึ้นมา
“ไม่รู้ว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์ใด ถึงได้มีจดหมายรับรองของผู้เที่ยงแท้…”
“จะว่าไปคงจะเป็นศิษย์ใหม่ที่มีจดหมายรับรองของผู้เที่ยงแท้คนที่สาม ซึ่งปรากฏขึ้นในรุ่นเราตอนนี้แล้วกระมัง”
“นั่นสิ รุ่นก่อนไม่มีเลยสักคน ไม่คิดว่ารุ่นเราจะมีถึงสามคน!”
ผู้คนในบริเวณนี้วิจารณ์กันอื้ออึง แทบจะทุกคนที่พากับจ้องมองอันหลินด้วยสายตาแววโรจน์
มีหญิงสาวบางส่วนที่เห็นอันหลินหล่อเหลา ถึงขั้นหน้าแดงระเรื่อ หัวใจสั่นไหว
บัดซบ ทำไมมองเรากันหมดเลยล่ะ…
อันหลินรู้สึกถึงแววตาลุกวาว ใจก็ว้าวุ่นไม่สงบ
ทุกคนคาดหวังในตัวเราขนาดนี้เชียวหรือ อันหลินเกิดความรู้สึกเหมือนขึ้นหลังเสือแล้วลงยาก
ช่างมันสิ ไม่แน่ว่าเราอาจจะเป็นกายแห่งมรรคขั้นสิบก็ได้!
เมื่อคิดได้แบบนี้ จิตใจของอันหลินก็นับว่าสงบลงไปไม่น้อยแล้ว
ใช่แล้ว เราอาจจะสุดยอดมากก็ได้ แค่ตัวเรายังไม่รู้ก็เท่านั้น
อันหลินวางมือลงบนแท่นศิลาสีดำ แสงสีขาวส่องสว่างไสว มือของเขาก็สั่นไปตามกัน ในใจทั้งวิตกกังวลและคาดหวัง
ตัวอักษรขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนศิลาสีดำ “ก