“ที่ข้าได้บอกเล่าไปเมื่อครู่นี้ถึงหุบเขาโอสถ ที่แห่งนั้นเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่มีจิตมุ่งมั่นในวิถีโอสถ สถานที่เช่นนั้นจะสามารถผ่านเข้าออกอย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน
แม้เจ้าจะได้ครอบครองแผ่นป้ายแผ่นนี้แล้ว แต่ก็ยังต้องพลังฝีมือจนมากพอตามความต้องการจนสามารถที่จะใช้มันได้”
“ต้องการพลังฝีมืออันใดกัน?” หลงเฉินเอ่ยถามออกไป
“ก่อนอายุยี่สิบปีจะต้องสำเร็จขั้นราชันโอสถจึงจะสามารถใช้แผ่นป้ายนี้เข้าไปรายงานตัวได้”ปรมาจารย์หวินฉีกล่าวพลางถอนหายใจออกมาเสียงดัง
หลงเฉินได้ยินก็เอาแต่ปากอ้าตาค้างขึ้นมา ราชันโอสถ? ก่อนอายุยี่สิบปีอย่างนั้นหรือ? นี่กำลังพูดถึงนิทานอยู่หรือไร?
บุคคลเฉกเช่นปรมาจารย์หวินฉีที่มีพลังฝึกยุทธ์เกือบร้อยปี แต่ยังอยู่ในขั้นปรมาจารย์ผู้หลอมโอสถ นี่กลับจะให้สำเร็จสู่ระดับราชันโอสถก่อนจะอายุยี่สิบปีหรือ? นี่เป็นเรื่องที่ล้อเล่นกันแรงเกินไปแล้ว
ไม่แปลกใจเลยที่ปรมาจารย์หวินฉีได้บังเกิดความรู้สึกอัดอั้นขึ้นภายในใจกับสิ่งของเช่นนี้เพียงชิ้นเดียวที่ทำให้ต้องสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักยิ่งไป หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นก็คงจะคลั่งไปนานแล้ว