“ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์ แต่ช่างน่าเสียดายที่ชาติกำเนิดของเจ้านั้นอยู่ในสถานที่ที่ไกลห่างจากความเจริญ อีกทั้งยังไม่มีการหนุนหลังจากสำนักใหญ่แห่งใด หากเจ้านำแผ่นป้ายแผ่นนี้ไปใช้ก็จะพอสร้างโอกาสอันริบหรี่ขึ้นมาได้บ้าง
ขอเพียงคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้ อาจารย์ของข้าได้สั่งเสียให้ข้าส่งมอบมันให้แก่ผู้ที่มีพรสวรรค์ต่อไป
ท่านอาจารย์ผู้ชราภาพของข้าก็มาจากสถานที่แห่งนั้น เขาเคยเข้าไปยังหุบเขาโอสถมาก่อน แผ่นป้ายแผ่นนี้จึงเป็นเสมือนเกียรติยศของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงได้มีความหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสพบกับผู้มีพรสวรรค์ที่นำป้ายแผ่นนี้กลับไปยังหุบเขาโอสถอีกครั้ง
เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของท่านอาจารย์ ข้าก็ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจออกไปไม่น้อย จนในขณะนี้ข้าอยากจะส่งมอบให้แก่เจ้า ดีกว่าทิ้งเอาไว้ในห่อผ้าต่อไป” ปรมาจารย์หวินฉีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงขังขัง
จากทั้งหมดที่ได้รับฟังมาก็สรุปได้ว่าแผ่นป้ายแผ่นนี้สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนผู้หนึ่งได้เลย แต่ทว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นกลับแลกมาด้วยโศกนาฏกรรม