แม้ว่าหลงเฉินจะคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว แต่ทว่าก็ยังอดไม่ได้ที่จะผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่งด้วยความอ่อนล้า บนศีรษะของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อไคลที่ไหลอาบลงมาจนอาภรณ์เปียกชุ่มไปจนหมด
รู้สึกเหมือนกับร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ภายในจิตใจเกิดความคัดแย้งขึ้นมาบางอย่าง อย่างหนึ่งคือไม่ได้สนใจในพลังของสัตว์เพลิงแต่อย่างใด แต่อีกอย่างกลับรู้สึกคาดหวังกับพลังนั้นอย่างแรงกล้า ทั้งตกใจทั้งไม่แยแสอยู่ในเวลาเดียวกัน
หลงเฉินฝืนยิ้มขึ้นมา เขาคิดว่าการได้ผนึกรวมเข้ากับจิตวิญญาณของจักรพรรดิโอสถอันดับหนึ่งแห่งยุคคงจะแกร่งกล้าพอตัว จักรพรรดิโอสถผู้นั้นคงจะไม่เห็นสัตว์เพลิงเช่นนี้อยู่ในสายตาอยู่แล้ว
แต่กลับเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเขาในตอนนี้ เพราะสัตว์เพลิงตัวนี้เป็นเสมือนใบเบิกทางอันแรกเพื่อทำให้เขาได้เข้าสู่วิถีโอสถอย่างแท้จริง
หลงเฉินยังคงหลอมรวมพลังเอาไว้ไม่หยุด พลังสัตว์เพลิงกลุ่มนั้นกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แต่เดิมที่เป็นเปลวเพลิงที่ร้อนระอุแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นสายน้ำอุ่นๆ สายหนึ่ง นี่ถือว่าเป็นการหลอมรวมอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีสภาวะจิตมารอันบ้าคลั่งเกิดขึ้น