อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงความน่าหวาดกลัวของชายผู้หนึ่งที่มีพลังอย่างจำกัดของผู้หลอมโอสถ แต่กลับต่อสู้ประดุจผู้มีพรสวรรค์ในเชิงวิทยายุทธ์อย่างไร้ขีดจำกัดได้
หากบุคคลเช่นนี้ไม่ถูกเก็บเอาไว้เป็นตัวเบี้ยก็ต้องจัดการทิ้งเสีย เพราะเขากับหลงเฉินเปรียบเสมือนน้ำกับไฟ เป็นสภาวะที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ไม่ว่าจะด้วยวิธีการที่ชั่วร้ายถึงเพียงใดก็จะต้องให้หลงเฉินตายให้จงได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเขาก็คงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นแน่แท้
หว่างซานจ้องเขม็งไปที่เปลวเพลิงที่กำลังห่อหุ้มร่างของหลงเฉินเอาไว้อยู่ ภายในดวงตาคู่นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาคาดไม่ถึงว่าเพียงแค่การละเล่นเพื่อจะสังหารชายผู้หนึ่งจะกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ไปได้
“หลงเฉินเจ้าตายไปเสียเถิด”
ขณะนี้เซี่ยฉางเฟิงตะโกนออกคำสั่งจนดังกึกก้องเมื่อครู่นี้ หว่างซานก็ได้ส่งเสียงคำรามของอสูรร้ายกึงก้องไปทั่วเช่นกัน ทันใดนั้นเองบนท้องฟ้าก็ได้ปกคลุมด้วยบรรยากาศสีแดงชาดราวกับม่านโลหิตขึ้นมาอย่างช้าๆ ทั่วทั้งร่างกำยำนั้นก็ได้กลายเป็นสีแดงเข้มไปจนถึงดวงตาทั้งคู่อีกด้วย
“อะไรกัน?”
“วิชาโลหิตพิโรธเลยอย่างนั้นหรือ?”