ปรมาจารย์หวินฉีมองไปยังเหล่าขุนนางที่จ้องมองการต่อสู้ด้วยอารมณ์ที่เหมือนกับท่อนไม้จนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างสุดจะทน จักรวรรดิเฟิงหมิงนั้นไร้หนทางเยียวยาในด้านของการปรากฏตัวของอัจฉริยะ ไม่มีผู้ใดคิดจะออกหน้าให้หลงเฉินเลยด้วยซ้ำไป
ถึงแม้ว่าหลงเฉินจะเป็นคนของจักรวรรดิเฟิงหมิง หรือที่ยิ่งไปกว่ายังเป็นถึงบุตรของขุนนางเจิ้งหยวนที่มีพลังฝีมืออันแข็งแกร่ง แต่หลงเฉินในตอนนี้กลับไร้ซึ่งฝ่ายสนับสนุนจากจักรวรรดิเฟิงหมิง
ขุนนางเจิ้งหยวนได้สร้างผลงานให้กับจักรวรรดิมาเนิ่นนานนับสิบปี ต่อสู้กับอริราชศัตรูที่เป็นเผ่านอกรีตที่เขตแดนของจักรวรรดิ หลั่งโลหิตเพื่อชาติบ้านเมืองได้อยู่อย่างสงบสุข
ถ้าหากบุตรชายของผู้กล้าหาญเช่นนั้นต้องมาตายอยู่ในจักรวรรดิ ทางราชวงศ์ไม่เกรงกลัวหรือว่าจะเกิดการก่อกบฏขึ้นมาจากสามัญชน? ทว่าเมื่อหวินฉีได้มองไปที่องค์ชายสี่และไทเฮาก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสัยขึ้นมา เขาโน้มร่างกายไปทางด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปช่วยหลงเฉินในทุกเวลา