ขอบเขตพลังขั้นก่อโลหิตระดับที่สามและระดับที่สี่นั้นนับว่าหาได้ยากยิ่งแล้ว แต่นี่ระดับหกระดับเจ็ดก็ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง แทบจะต้องพลิกแผ่นฟ้าเพื่อค้นหากันเลยทีเดียว
พลังการต่อสู้ของชายผู้นั้นพุ่งสูงมากขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด ผู้คนมากมายต่างขนลุกชันด้วยความหวาดกลัวในขุมพลังอันเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมา หลังจากที่ผู้ฝึกยุทธ์ได้เข้าสู่ขอบเขตพลังขั้นก่อโลหิตแล้วก็จะถูกแบ่งระดับขึ้นเป็นตอนล่าง ตอนกลาง และตอนปลายเพื่อใช้เป็นการวัดขีดจำกัดของพลัง
หว่างซานได้ปะทุพลังขั้นก่อโลหิตของเขาขึ้นมาจนถึงระดับที่เจ็ด สายโลหิตทั่วทั้งร่างร้อนระอุขึ้นมา คล้ายกับมีธารน้ำสายหนึ่งไหลเข้าสู่กองเพลิงบรรลัยกัลป์อย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าหนู ยอมรับเสียเถิด เวลาตายของเจ้าได้มาถึงแล้ว”
หว่างซานกล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ แววตาจ้องมองไปที่หลงเฉินคล้ายกับสัตว์ดุร้ายตัวหนึ่ง ทันทีที่เขากางแขนออก สายลมอันพลิ้วไหวก็ได้พัดพาร่างนั้นไปหาหลงเฉินอย่างรวดเร็ว จากนั้นฝ่ามือหนึ่งก็ฟาดออกไปกลางอากาศ