“เด็กเอ๋ย นั่งลงก่อน เจ้าหยุดการประลองนี้ไม่ได้หรอก” ปรมาจารย์หวินฉีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ปรมาจารย์ ได้โปรดช่วยเหลือหลงเฉินด้วย” ฉู่เหยาอ้อนวอนด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาอาบเต็มแก้ม
“วางใจเถิด ในสถาการณ์เช่นนี้ที่ไม่เห็นแก่หน้าของชายชราผู้นี้ ข้าย่อมต้องช่วยเหลือเขาอยู่แล้ว” ปรมาจารย์หวินฉียิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อได้ยินปรมาจารย์หวินฉีกล่าวออกมาเช่นนั้น ฉู่เหยาจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาได้บางส่วน ปรมาจารย์หวินฉียังกล่าวต่ออีกว่า “เฝ้ามองกันไปก่อนเถิด หลงเฉินไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ เขาคงจะมีไพ่ตายของตัวเองอยู่แล้ว”
ฉู่เหยาพยักหน้าไปมาอย่างว่าง่าย ถึงแม้ว่าจะรู้จักหลงเฉินได้เพียงไม่นาน แต่นางก็ยกย่องว่าหลงเฉินนั้นเป็นคนที่พึ่งพาได้มากถึงที่สุดตั้งแต่นางเคยพบเจอผู้ใดมา เพียงแต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดในตอนนี้ถึงได้รู้สึกจิตใจว้าวุ่นได้ถึงเพียงนี้
เมื่อฉู่เหยาได้สติรับทราบถึงการกระทำของตนเมื่อครู่ที่เป็นจุดสนใจให้กับสายตาหลายคู่จึงอดไม่ที่จะมีใบหน้าแดงก่ำขึ้นมา ทำไปได้เช่นไรกัน ช่างน่าอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเลยเชียว