เว่ยชางส่งเสียงขึ้นมาเพื่อเรียกสติของเซี่ยปายฉือ จากนั้นระดับเพลิงของนางก็เริ่มนิ่งสงบลง หากสงบสติอารมณ์ไม่ได้ก็จะทำให้สูญเสียสภาวะการควบคุมเพลิงได้อย่างง่ายดาย
“ข้าเริ่มมีสมาธิแล้วไม่จำเป็นจะต้องเป็นห่วงข้าหรอก” หลงเฉินกล่าวตอบกลับไปอย่างหน้าตาเฉย
“คุณหนูไป่จื่อ(โง่เขลา) เจ้าต้องการจะหลอมโอสถต่อหรือไม่ข้าจะเก็บอาการ ระมัดระวังซุ่มเสียงให้เบาลง เจ้าว่าดีหรือไม่?”
เซี่ยปายฉือเมินเฉยต่อคำพูดของหลงเฉินนางเปิดแหวนมิติแล้วดึงผ้าออกมาสองผืนยัดเข้าไปที่รูหูทั้งสองข้างจนแน่นเช่นนี้ก็คงจะไม่ได้ยินสิ่งใดแล้ว
เมื่อหลงเฉินเห็นเช่นนั้นก็ไม่กล่าวอันใดออกมาอีก พลันก็เห็นเซี่ยปายฉือกำลังนำผลก่อโลหิตออกมาทำให้เขารู้สึกหวั่นใจขึ้นมาครู่หนึ่ง
การเคลื่อนไหวของเซี่ยปายฉือดึงดูดสายตาของผู้คนรอบเขตการประลอง ใจจดจ่ออยู่ที่มือเล็กทั้งสองข้างนั้นว่าจะเกิดผลลัพธ์ออกมาเช่นไร
“ซูม”
หลงเฉินหันไปที่แท่นหลอมของตนแล้วยื่นฝ่ามือออกไปปรากฏประกายเพลิงสีเหลืองลุกโชนขึ้นมา ความรุนแรงของมันทำให้เว่ยชางจ้องตาค้างจนไม่อาจกระพริบตาได้แม้แต่เสี้ยวเดียว ระดับเปลวเพลิงของหลงเฉินนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเซี่ยปายฉือมากเท่าใดนัก