เมื่อฉู่เหยาได้ยินปรมาจารย์หวินฉีเอ่ยขึ้นมาเช่นนั้น ก็อดที่จะดีใจขึ้นมาไม่ได้ นางไม่ได้คิดที่จะให้ปรมาจารย์หวินฉีปกป้องนาง แต่ว่านางรู้สึกยินดีที่รู้ว่าปรมาจารย์หวินฉีสามารถให้ความคุ้มครองหลงเฉินได้
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว ฉู่เหยาก็ได้คุกเข่าลงอย่างช้าๆ ทว่ายังไม่ทันรอให้นางคุกเข่าลงกับพื้น ปรมาจารย์หวินฉีก็ได้ยื่นมือออกมา จากนั้นก็เหมือนมีพลังอันบางอย่างโอบอุ้ม จนทำให้นางถูกพยุงขึ้นมา
“เด็กเอ๋ย เราต่างก็เป็นคนกันเอง ใยต้องมาทำให้งานเทศกาลเสียอรรถรสด้วยเล่า” หวินฉีกล่าวจบ ก็ได้พาฉู่เหยามานั่งอยู่ด้านข้างของตนเอง
ทว่าที่ทำให้ผู้คนแปลกใจก็คือ เว่ยชางที่เดิมทีเป็นปรปักษ์ต่อหวินฉีมาโดยตลอด คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้จะเพียงแต่มองดูอย่างเย็นชาเท่านั้น มิได้มีความเคลื่อนไหวแต่อย่างใด
แม้ว่าภายในจิตใจขององค์ไท่เฮาจะมีโทสะอยู่ แต่ว่านางก็ไม่คิดที่จะจุดเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ให้ใหญ่โตขึ้นมา เพื่อทำเรื่องเสียมารยาทต่อหวินฉี หากไม่มีการสนับสนุนจากทางชุมนุมผู้หลอมโอสถ ต่อให้เป็นประเทศที่มีความเข็มแข็งมากกว่านี้อีก ก็คงจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆได้ภายในเวลาไม่นาน ดังนั้นนางจึงได้แต่เพียงอดกลั้นเอาไว้