พลันมุมปากของหลงเฉินก็ได้ปรากฏรอยยิ้มที่แสนจะเย้ยหยันขึ้นมา สิ่งที่เกิดขึ้นภายในพระราชวังหลวงไม่ได้น่าพิสมัยอย่างที่ผู้อื่นคิดเห็นกัน มีเพียงแต่การแก่งแย่งชิงดียิ่งกว่าศึกที่เกิดขึ้นที่แม่น้ำเจียงฮู (ในเรื่องสามก๊ก) ชีวิตในวังหลวงนั้นช่างน่าเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าถูกประกายดาบกระบี่กรีดแทงเข้ามา
การสังหารผู้คนโดยไม่ให้เห็นโลหิต การละเล่นเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ เหอะ หลงเฉินพ่นลมออกมาจากจมูกอย่างเหลือทน หรือที่ไม่ยอมเพิ่มระดับพลังยุทธ์ของตัวเองกันนั้นก็เพราะมีเหตุและผลในการชิงอำนาจอยู่
“ปรมาจารย์หวินฉีมาถึงแล้ว”
ปรมาจารย์หวินฉีที่ดูชราภาพกว่าครั้งก่อนที่พบเจอกันกลับปรากฏตัวอยู่บนแท่นพิธี ทั้งหลงเฉินและผู้คนทั่วทั้งเขตการประลองต่างก็ตื่นตกใจในการปรากฏของเขาในครั้งนี้
นับตั้งแต่ที่เทศกาลโคมไฟเฟิงหมิงถูกจัดขึ้นมานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ปรมาจารย์หวินฉีปรากฏตัวขึ้นที่สถานที่แห่งนี้ จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนส่วนใหญ่จะส่งเสียงฮือฮากันอย่างวุ่นวาย