เมื่อปรมาจารย์หวินฉีขึ้นไปถึงปะรำพิธี ไทเฮาก็รีบให้ผู้รับใช้ตระเตรียมที่นั่งในระดับเดียวกับนางให้แก่ปรมาจารย์หวินฉี อีกทั้งยังกล่าววาจาออกมาด้วยท่าทางที่นอบน้อม
“น้อมพบท่านปรมาจารย์”
“ไทเฮาให้เกียรติผู้ชราอย่างข้ามากเกินไปแล้ว” ปรมาจารย์หวินฉีโน้มตัวลงเล็กน้อยแล้วตอบกลับไป
หลังจากที่ไทเฮาและปรมาจารย์หวินฉีกล่าวทักทายกันเรียบร้อยแล้วต่างก็ย่อตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในปะรำพิธี ปรมาจารย์หวินฉีได้นั่งในตำแหน่งที่เฉียงไปด้านข้างของไทเฮา แต่ว่าเก้าอี้ของเขานั้นกลับอยู่สูงกว่าขั้นหนึ่ง บ่งบอกได้ถึงสถานะของปรมาจารย์หวินฉีที่สูงส่งกว่าไทเฮา
ปรมาจารย์หวินฉีกวาดสายตามองไปทั้งกลุ่มผู้คนที่เข้าร่วมเทศกาล ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ประสานเข้ากับสายตาของหลงเฉินที่นั่งหลบอยู่ที่หัวมุมหนึ่งของเขตการประลองพอดี เขาพยักหน้าให้หลงเฉินเล็กน้อย
การปรากฏตัวของปรมาจารย์หวินฉีกลายเป็นที่ดึงดูดสายตาทุกคู่อย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อผู้คนได้มองตามสายตาที่ปรมาจารย์มองไป แล้วพบว่ากำลังจ้องมองเงาร่างของหลงเฉินอยู่นั้นก็ยิ่งทำให้เกิดความประหลาดใจขึ้นมาอย่างมากทีเดียว