“ช่วยไม่ได้ คงอาจเป็นเพราะว่าข้านั้นยังเยาว์อยู่ จำเป็นที่จะต้องเพิ่มพูนพลังให้มากยิ่งขึ้นไป เพื่อที่จะก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ กับชนชั้นทาสที่ติดสอยห้อยตามพวกองค์ชายอย่างเจ้าอย่างนั้นหรือ ย่อมไม่อาจที่จะเทียบเปรียบกันได้อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมีเส้นทางที่จะสามารถก้าวเดินต่อไปได้อีกไกล” หลงเฉินกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา
ชายหนุ่มที่มีรอยบากทอสีหน้าลังเลขึ้นมา คำพูดที่ต้องการจะกล่าว ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “เหอะเหอะ ไม่พบกันเสียหลายวัน เหตุใดเจ้ายังมีท่าทีเฉกเช่นเดิมกัน ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก”
องค์ชายเซี่ยฉางเฟิงส่งเสียงขัดจังหวะขึ้นมา บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตรอย่างยิ่ง
“ข้าขอแนะนำ นี่ก็คือเซี่ยปายฉือ…น้องสาวของข้า” เซี่ยฉางเฟิงกล่าว
เมื่อได้ยินประโยคนั้น หลงเฉินก็ทำได้เพียงแค่อ้าปากค้าง ไม่อาจกล่าววาจาใดออกมาได้ เขามองนางจนเห็นได้ชัดเจนถึงใบหน้าที่เคยเจอเมื่อไม่นานมานี้ ที่แท้นางก็เป็นถึงองค์หญิงอย่างนั้นหรือ
ปรมาจารย์หวินฉีเคยบอกให้หลงเฉินระวังตัวจากนางเอาไว้ เขาทราบถึงสถานะของนางอยู่แล้วจึงได้กล่าวเตือนออกมาเช่นนั้น