“ชิ ตอนนี้ได้ทราบแล้ว ก็จงระลึกถึงความต่างชั้นระหว่างพวกเราเสีย” เซี่ยปายฉือหัวเราะอย่างสะใจเมื่อพบใบหน้าที่ตกใจของหลงเฉิน
หลงเฉินพยักหน้าไปมาแล้วตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว ต่างชั้นกันมากเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้ข้าฝึกยุทธ์อีกหมื่นปีก็ไม่อาจโง่งมได้เช่นเจ้าเป็นแน่ เซี่ยปายฉือ ตัวโง่งม (เซร่ยปายจือ下白痴) หึหึ ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะเสนาะหูเสียจริง”
“เจ้า……” เซี่ยปายฉือเปลี่ยนเป็นสีหน้าบึ้งตึง แววตาดั่งมีเพลิงลุกโชนขึ้นมา
เมื่อเพียงแค่เซี่ยปายฉือ แววตาของเซี่ยฉางเฟิงเองก็ยังสาดความเย็นยะเยือกขึ้นมาขุมหนึ่ง แต่ทว่าแค่กระพริบตาก็กลับกลายเป็นใบหน้ายิ้มแย้มแล้วกล่าวว่า “เอาเถิด ตอนนี้ก็ได้รู้จักกันแล้ว ไม่ทราบว่าหัวข้อสนทนาของพวกเจ้าเมื่อครู่นี้ เหตุใดถึงได้ดูสนุกสนานถึงเพียงนั้นกัน?”
ตั้งแต่ที่เจ้าอ้วนและพวกพ้องได้พบกับองค์ชายต้าเซี่ย ก็ออกอาการเก้กัง ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียอย่างนั้น การจะกระทำตัวให้ปกติต่อหน้าองค์ชายผู้สูงส่งย่อมต่างจากการใช้ชีวิตธรรมดาอยู่แล้ว
พวกเขาคิดพ้องต้องกันว่าไม่ได้สูงส่งเทียบเท่ากับหลงเฉินด้วยเช่นกัน จึงไม่หาญกล้าพอที่จะกล่าววาจาอันใดออกมาอย่างที่หลงเฉินกระทำ ได้กล่าวอ้ำอึ้งอยู่ในลำคอ