นกับซูหลิงเอ๋อร์ตายตราบใดที่ร่างของพวกนางยังถูกแขวนไว้ตรงนี้ ซูเฉินก็ไม่มีวันไม่ปรากฏตัว!
หยางซาอ๋องจ้านเป่ยแห่งราชวงศ์ต้าหลินผู้ได้รับบัญชาโดยตรงจากจักรพรรดิแห่งต้าหลินให้มาจับซูเฉินเขามิใช่คนเขลา หากแต่เป็นผู้เจ้าเล่ห์อย่างถึงที่สุด
เมื่อทราบว่า ซูเฉินมีพลังการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาแม้ในระดับจ้าวยุทธ์ก็ยังเข่นฆ่าราชายุทธ์ได้หลายคนเขายิ่งมั่นใจว่า ไม่อาจรับมือด้วยวิธีปกติได้
คนเช่นนี้…หากไม่ตีจุดอ่อน ก็ไม่มีทางควบคุมได้!
และ หลิวหันเยียนกับซูหลิงเอ๋อร์ก็คือจุดอ่อนของซูเฉิน!
“ยังเหลือเวลาอีกสองวัน ท่านอ๋อง… หากครบเจ็ดวันแล้วยังไม่ปรากฏตัว ท่านจะทำอย่างไร?”
ผู้บ่มเพาะวัยกลางคนชุดขาวกล่าวหลังจากเงียบคิดไปชั่วครู่
“ไม่ต้องห่วง! เขาจะต้องมาแน่นอน! เด็กผู้นั้นให้ความสำคัญกับมิตรภาพและครอบครัวนัก ถึงแม้จะมีพรสวรรค์ระดับเหนือฟ้า แต่ ‘ความผูกพัน’ และ ‘ความซื่อสัตย์’ นั่นแหละ คือพันธะที่ฉุดรั้งเขา! เราแค่รอดู!”
หยางซาหัวเราะเย็น พร้อมลูบหอกในมืออย่างราบเรียบ
…
ณ ป่ารกทึบห่างจากนครเฟิงหลางไม่ไกล
เงาร่างสองสายค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงันคือ จวินจื่อหลิง และ จ้าวซวี่
“หยางซาผู้นั้นสมควรตาย! กล้าทำก