เหล่าผู้ที่ปิดล้อมทั้งหมดต่างก็เป็นพลทหารที่เรือนร่างอาบชโลมด้วยกลิ่นอายโลหิตอันรุนแรง แม้แต่ฮูหยินหลงเองก็ยังไม่เคยประสบกับสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่ก่อนแล้วกลับซีดลงไปอีกราวกับไม่มีโลหิตไหลเวียนอีกต่อไปแล้ว ร่างสั่นเทาจนแทบจะทรุดลงไปได้ทุกเมื่อ หากไม่ได้เป่าเอ๋อพยุงเอาไว้แม้แต่จะยืนก็ยังไม่อาจตั้งตรงอยู่ได้
หลงเฉินเผชิญหน้ากับประกายแสงแวววับจากดาบยาวนับไม่ถ้วนที่อยู่เบื้องหน้า แต่เขากลับทำเหมือนสิ่งเหล่านั้นไร้ความหมาย มุ่งตรงเข้าไปหามารดาอย่างเป็นห่วงเป็นใย เมื่อได้มองใบหน้านั้นใกล้ๆ ก็พบว่าแววตาทั้งคู่ของนางมีแต่ความหวาดกลัว ทำให้หลงเฉินเจ็บปวดในใจขึ้นมาอย่างถึงที่สุด
“ไม่เป็นไรนะมารดาของข้า นี่เป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น เมื่อตื่นขึ้นทุกอย่างก็จะเลือนหายไปเอง” หลงเฉินยื่นมือเข้าพยุงร่างของมารดาเอาไว้ แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน
เมื่อสิ้นคำพูดประโยคนั้น พลังแห่งจิตวิญญาณที่อบอุ่นขุมหนึ่งก็ได้ไหลออกไป จู่จู่หนังตาทั้งสองข้างของฮูหยินหลงก็หนักอึ้งดุจเหล็กพันชั่ง จากนั้นก็เหมือนกับร่างไร้สติอย่างไรอย่างนั้น