“เจ้าไม่ต้องขอโทษข้าหรอก พวกเรา…ไม่ติดค้างอะไรกันอีก ข้ากัดแขนของเจ้าไปเจ้าเองก็……”ฉู่เหยามีสีหน้าแดงก่ำ ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วภายในอกราวกับว่าความรู้สึกเช่นนี้ยังไม่ได้เลือนหายไป
“ไม่ใช่ ที่ข้าจะบอกก็…” หลงเฉินส่ายหน้าแล้วกล่าว
“ก็บอกไปแล้วนี่ เรื่องเช่นนี้ควรปล่อยให้ผ่านไป เจ้าจะเก็บมาคิดให้ได้อะไรกัน?”ฉู่เหยาเริ่มมีโทสะเล็กน้อย
“แม่สาวงาม ที่ข้าคิดจะบอกก็คือข้าถูกกัดที่แขนซ้าย เจ้าพันผ้าที่แขนขวาให้ข้าไปทำไมกัน?” หลงเฉินกลั้นหัวเราะเอาไว้แล้วเอ่ยออกมา
ฉู่เหยาตกใจว่าความนึกคิดของตนเองนั้นได้ดำดิ่งลึกเกินไปจนถึงขั้นพันแผลผิดข้าง นางมองไปที่หลงเฉินด้วยความรู้สึกเขินอายที่ไม่หยุดยั้งไว้ได้จึงเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงสบถออกมาเบาๆ “เจ้าโง่ แล้วทำไมไม่บอกข้าตั้งแต่ตอนแรกกันเล่า!!”
กล่าวจบก็ได้ช่วยพันแผลให้หลงเฉินอีกครั้ง ดูจากบาดแผลภายนอกแล้วน่าจะสาหัสอยู่ไม่น้อย แต่สีหน้าและแววตาของหลงเฉินกลับไม่แสดงถึงความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว