แม้หลงเฉินไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่ว่าการถูกผู้อื่นหลอกใช้เช่นนั้นย่อมต้องรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เขาทำเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการเปิดทางลงจากเวทีให้แก่องค์ชายเจ็ดแล้ว
องค์ชายเจ็ดที่เพิ่งจะมีอายุได้สิบห้าปี รูปร่างที่สูงใหญ่เกินกว่าวัย แต่ว่าประสบการณ์กลับมีน้อยนิดจนถึงขั้นน่าสงสาร เมื่อถูกหลงเฉินลงมือกำราบเช่นนี้ก็ทำอะไรไม่ถูก หลังจากที่เขาลุกขึ้นมาก็ไม่ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะกล่าวอันใดออกไปดี
“องค์ชายเจ็ด หรือไม่เช่นนั้นท่านก็นั่งอีกสักครู่ก่อนดีหรือไม่?” หลงเฉินกล่าวเพื่อเรียกสติ
“อ๋ออ๋อ ไม่แล้ว ข้า……หมายถึงข้ายังมีเรื่องที่ต้องทำ ข้าขอตัวกลับก่อน” กล่าวจบ องค์ชายเจ็ดก็หันกายออกจากหอตำราอย่างรวดเร็ว ขาที่ย่างก้าวเดินไปทีละก้าวอย่างเชื่องช้านั้นทั้งสั่นและไร้เรี่ยวแรงเสมือนจะทรุดลงได้ทุกเมื่อ
ขณะเดินไปก็นึกคิดอยู่ในใจไปว่า เมื่อครู่ที่ผ่านมาเขาได้มองเห็นรอยยิ้มของเทพแห่งความตายอยู่ จิตสังหารอันแรงกล้า สัมผัสได้ว่าความเป็นตายของเขานั้นขึ้นอยู่กับความคิดชั่ววูบของหลงเฉินแต่เพียงผู้เดียว