อีกทั้งยังจะบอกว่าใบหน้าที่แดงเปล่งปลั่งอีกอย่างนั้นหรือ? นั่นคงจะเป็นเพราะโลหิตไม่อาจที่จะไหลเวียนได้จนอัดแน่นกันอยู่บนใบหน้า ความแดงชาดเช่นนี้เรียกว่าแดงอมม่วงยังจะเหมาะสมเสียกว่า ไม่เห็นจะมีเค้าโครงของใบหน้าที่แดงเปล่งปลั่งแม้แต่น้อย
หลงเฉินคว้าเอาโอสถเม็ดหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วยัดเข้าไปภายในปากของโจวเย้าหยาง
“เพียะเพียะ”
ใบหูขนาดใหญ่ทั้งสองข้างสั่นสะเทือนจากแรงกระแทก โจวเย้าหยางถูกตบเข้าไปที่ใบหน้าสองฉาด เนื่องจากไร้เรี่ยวแรงที่จะกลืนโอสถลงไปแล้ว การทำเช่นนี้จะช่วงให้โอสถไหลลงสู่กระเพาะของเขาไปได้อย่างราบรื่น
ถึงแม้หลงเฉินจะเกลียดชังในตัวของโจวเย้าหยางดุจไส้เดือนกิ้งกือ แต่ก็ให้โอสถไปเม็ดหนึ่ง อาการบาดเจ็บของโจวเย้าหยางอาจจะแสนสาหัสอยู่มาก แต่ว่าย่อมไม่ถึงกับตายอย่างแน่นอน
เมื่อตนเองได้นำโอสถที่ตนเองหลอมออกมาเพื่อช่วยทุเลาอาการบาดเจ็บ ก็เพียงพอที่จะสามารถยืนยันได้ว่าเขาจะไม่ตายอย่างแน่นอน รวมไปถึงบาดแผลภายนอกด้วย เหอะเหอะ คนของตระกูลโจวผู้นั้นก็ได้จบปัญหาจนหมดแล้ว ขอเพียงแค่หลงเฉินไม่ต้องถึงกับจัดการเขาให้ตายไปก็พอ