ทันใดนั้นก็มีมืออันขาวผ่องคว้าเข้าที่ข้อมือของหลงเฉินเอาไว้จึงช่วยให้หลงเฉินกลับมานั่งทรงตัวได้อีกครั้ง เกือบไปเสียแล้ว เมื่อเขาหันไปพบว่าใบหน้าของม่งฉีกำลังยิ้มกรุ้มกริ่มคล้ายกับว่าจะหัวเราะแต่ก็ไม่กล้าที่จะหัวเราะ มันยิ่งทำให้หลงเฉินรู้สึกวางตัวไม่ถูก
“ข้าผู้นี้คงจะมึนเมาจากการเหินเวหาเสียแล้ว” หลงเฉินยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย พยายามหาข้ออ้างที่พอจะใช้ได้กล่าวขึ้นมา
ม่งฉีข่มอารมณ์ขำขันเอาไว้ ด้วยเกรงว่าจะเสียมารยาทจึงเบือนใบหน้าไปทางอื่น
อินทรีเศียรราชสีห์เหินเวหาอย่างด้วยรวดเร็วยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดจะเทียบได้ พริบตาเดียวเท่านั้นก็พาพวกเขาออกจากจักรวรรดิไปแล้ว จนกระทั่งมาถึงยอดเขาที่อยู่นอกเมือง
ในเวลานี้พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ท้องฟ้าละเลงสีแดงชาดดุจโลหิตของดวงตะวัน ทอแสงสุดท้ายไปทั่วทั้งจักรวรรดิดั่งภาพวาดที่แสนงดงามเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งสองคนยืนอยู่บนยอดเขา ไม่มีผู้ใดกล่าววาจาอันใดออกมา หลงเฉินมองไปยังจักรวรรดิที่อยู่ไกลออกไป แววตาเหม่อลอยเฉกเช่นคนไร้สติ เขารู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
“หลงเฉิน ข้า……” ม่งฉีลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็สูดลมหายใจเข้าลึกคำหนึ่ง ก่อนขยับริมฝีปากเพื่อเอ่ยวาจาออกมา