และในตอนนี้ข้าก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง เราทั้งสองแทบจะอยู่กันคนละโลกเลยก็ว่าได้ ที่เจ้าคิดเช่นนั้นก็ไม่นับว่าผิดแต่อย่างใด เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บไปวิตกจนลำบากใจเลย” หลงเฉินยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นช่างแสนอบอุ่นเหลือเกินจนทำให้ม่งฉีรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างที่สุด
แต่อีกด้านหนึ่งของจิตใจของนางกลับรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวขึ้นมา ชายหนุ่มที่นางกำลังจ้องมองอยู่ตอนนี้เพิ่งผ่านความยากลำบากมากมายในช่วงที่ผ่านมา ตนเองยังคิดที่จะเชือดเฉือนน้ำใจของเขาดั่งขยี้แผลที่ถูกโรยเกลือลงไป การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่ว่าแล้งน้ำใจเกินไปหรอกหรือ?
“ให้เวลาข้าสักช่วงหนึ่ง ข้าจะโน้มน้าวมารดาของข้าเอง เรื่องถอดถอนการหมั้นหมายนี้ ข้าให้สัญญาต่อเจ้าว่าจะไม่ให้เจ้าคอยนานจนเกินไปอย่างแน่นอน”
หลงเฉินกล่าวจบก็หันหลังแล้วเดินจากไปอย่างช้าๆ ในเวลานี้สุริยันกำลังจะลับขอบฟ้า แสงส่องไปยังร่างที่ผ่ายผอมเกิดเป็นเงาส่องพื้นไปตามเส้นทางตามหุบเขาทำให้เกิดความรู้สึกเดียวดายอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของหลงเฉินที่กำลังลับหายไป ดวงตาคู่งามของม่งฉีก็ปรากฏหยาดน้ำตาไหลรินออกมาไม่ขาดสาย มืออันขาวผ่องกำแน่น สั่นเทาไปทั้งตัว