บัดนี้หลงเฉินได้เป็นผู้หลอมโอสถที่ยังเป็นเพียงระดับแรกเข้าเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนเกิดอาการอิจฉาตาร้อนได้แล้ว และในส่วนโอสถสามัญยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง นั่นถือว่าเป็นผู้ฝึกหลอมโอสถที่แท้จริง
“ด้วยแห่งพลังจิตวิญญาณและเพลิงโอสถของเจ้าในตอนนี้ การจะหลอมโอสถอาจถือว่าลำบากอยู่บ้าง แต่ว่าไม่เกินหนึ่งปีจะต้องหลอมโอสถได้อย่างแน่นอน ข้าเพียงแต่ขอมอบให้ก่อนก็เท่านั้นเอง อย่างไรเสียก็ไม่ถือว่าผิดกฎ” หวินฉีกล่าว
ภายในจิตใจของหลงเฉินเกิดความตื้นตันขึ้นมามากมายจนแทบจะล้นทะลักออกมา ถึงแม้วิชาการหลอมโอสถของหลงเฉินจะไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา แต่ว่าก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้ว่าปรมาจารย์หวินฉีเป็นชายผู้ชราที่ควรค่าแก่การให้ความเคารพอย่างแท้จริง
ปรมาจารย์หวินฉีมอบป้ายประจำตัวโอสถสามัญให้แก่หลงเฉินด้วยตนเอง ทั้งยังได้มอบเตาหลอมและอาภรณ์โอสถได้ชุดหนึ่ง อาภรณ์โอสถนั้นถือได้ว่าเป็นวัสดุที่ใช้ต้นทุนสูงอย่างยิ่งในการสร้างขึ้นมา ในตำแหน่งของหน้าอกสลักเอาไว้ด้วยแผนผังวิถีดาราโอสถอยู่ นี่ถือได้ว่าเป็นตราสัญลักษณ์ของโอสถสามัญ