เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์หวินฉีปฏิเสธ หลงเฉินทำได้เพียงหัวเราะเยาะเย้ยให้กับโชคร้ายนี้แล้วกล่าวว่า “ข้าเพียงแค่ต้องการเป็นศิษย์ในความดูแลของท่านก็เท่านั้น หากข้าออกไปก็จะได้ไม่มีผู้ใดกล้ามารังแกข้าอีกแล้ว”
หวินฉีเมื่อได้ฟังเช่นนั้นกลับหัวเราะพรวดออกมาเสียงดัง นิสัยที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ของหลงเฉินทำให้เขากลั้นมันเอาไว้ไม่อยู่
หลายปีมานี้ยังไม่เคยได้พบเจอเด็กหนุ่มที่น่าสนใจได้ถึงเพียงนี้มาก่อนเลย ทว่าด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณที่เหนือกว่าผู้คนทั้งหลายของหลงเฉินนั้นทำให้เขาให้ความสำคัญต่อหลงเฉินมากกว่าที่เคยเช่นกัน
“วางใจเถิด อีกสักครู่ข้าจะให้ป้ายประจำตัวของโอสถสามัญให้แก่เจ้า ผู้ใดยังจะหาญกล้ามารังแกเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ?” หวินฉียิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลงเฉินก็ยิ้มกว้างรับกลับไปเช่นกัน คนโดยทั่วไปหากคิดที่จะเข้าร่วมกับสภาผู้หลอมโอสถนั้นจะต้องผ่านการทดสอบเพื่อวัดคุณสมบัติผู้หลอมโอสถก่อน หลังจากที่สอบผ่านแล้วยังต้องใช้เวลาอีกหนึ่งปีจึงจะได้รับสถานภาพเป็นโอสถสามัญ