ชายชราผู้นี้แม้จะไม่มีวิทยายุทธ์เลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าทั่วทั้งตำหนักฝึกสอนขุนนางได้ยกย่องให้วาจาของเขาเป็นดั่งประกาศิต หากไม่ทันระวังจนทำให้เขาเกิดโทสะอาจถูกเขาขับไล่ออกไป เช่นนั้นหอตำรายุทธ์ในช่วงกลางวันก็อย่าได้ไปนึกถึงเชียว
นี่เปรียบเสมือนกับไข่ไก่สองฟอง ฟองหนึ่งเหม็นเน่า อีกฟองหนึ่งเป็นไข่ที่ดี แต่หากคิดที่จะกินไข่ที่ดีอาจต้องสุ่มผ่านการกินไข่เน่าก่อน
ชายชราผู้นั้นได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของประวัติศาสตร์ การทำนุบำรุงจักรวรรดิ ความรู้ความเข้าใจในด้านการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ แม้แต่หลงเฉินเองก็ยังเกือบจะหลับไปเสียแล้ว
ทว่ากลุ่มของพวกเจ้าอ้วนกลับตั้งใจฟังเป็นอย่างดีเพราะว่าพวกเขาไม่อาจที่จะฝึกยุทธ์ได้ ในอนาคตจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ความรู้เหล่านี้เพื่อเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นสักครา
เมื่อผ่านช่วงเวลาแห่งความทรมานอันแสนสาหัส ในที่สุดก็ถึงช่วงกลางวัน หลังจากทานอาการกลางวันไปแล้ว ผู้คนทั้งหมดต่างก็กรูกันไปทางหอตำรายุทธ์ราวกับผึ้งแตกรัง