ระบี่ที่หักไว้ในมือ แล้วแทงสวนกลับไปที่หัวไหล่ขวาของจ้าวจื่อ
ฉึก!
“อ๊ากกกก!”
จ้าวจื่อร้องโหยหวนอีกครั้ง ปลายกระบี่เสียบทะลุหัวไหล่ ตัดเส้นเอ็นจนแขนขวาห้อยรุ่งริ่ง ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป
“แก… แกทำลายแขนข้า!”
“ยังไม่จบ…” หลงเฉินลุกขึ้นยืน ช้าๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาจ้าวจื่อที่ทรุดตัวลงคุกเข่ากุมแผล
ลูกสมุนสองคนที่มาด้วยกันยืนตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเข้าช่วย เพราะรังสีอำมหิตของหลงเฉินตรึงร่างพวกมันไว้
หลงเฉินกระชากผมของจ้าวจื่อ ให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาสีแดงฉานของเขา
“เมื่อกี้… เจ้าใช้มือไหนจับนาง?” หลงเฉินถามเสียงกระซิบ
“ยะ… อย่า… ข้าเป็นศิษย์สายใน! อาจารย์ข้าคือ…”
ตูม!
หลงเฉินจับหัวจ้าวจื่อโขกกระแทกกับพื้นโรงอาหารจนกระเบื้องแตกละเอียด เลือดอาบเต็มใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูไม่ได้
“ข้าถามว่ามือไหน!?” หลงเฉินตะคอก
จ้าวจื่อสติแตก ร้องไห้โฮออกมาด้วยความกลัว “มือซ้าย! มือซ้ายขอรับ! ข้าผิดไปแล้ว! ไว้ชีวิตข้าเถอะ!”
หลงเฉินแสยะยิ้มเย็น
“ดี… ซื่อสัตย์ดี”
หลงเฉินเหยียบลงบนข้อมือซ้ายของจ้าวจื่อที่ถูกตะเกียบปักอยู่ เขาออกแรงกดบดขยี้ช้าๆ
“ข้าเคยสาบานไว้… มือไหนท