องหน้า หันไปมองมู่ซีอย่างเยือกเย็น
มู่ซีเกิดสังหรณ์ร้ายขึ้นมาทันที
“มู่ซีต้าเหริน การพัฒนาของตระกูลไม้วังทะเลสาบในช่วงหลายปีมานี้ เป็นที่นับถือเลื่อมใสของผู้คนนัก แต่ทว่า… …” สุ้มเสียงเฉื่อยชาของโหยวฉินเลี่ยชวนให้หนาวสะท้านอย่างบอกไม่ถูก “ภายใต้รัศมีอันเรืองรองมักซุกซ่อนอันตรายร้ายแรงไว้ด้วยเสมอ จากการสืบเสาะของพวกเราเหล่าชนรุ่นหลังที่มีอายุน้อยกว่าสามสิบปีของตระกูลไม้วังทะเลสาบ ผู้ที่บรรลุถึงขั้นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับเงิน มีอยู่เพียงยี่สิบห้าคนเท่านั้นในขณะที่ตระกูลเฉียนจี้อวี๋และตระกูลหลี่ไห่เสี่ยน ชนรุ่นหลังที่กำลังจะก้าวขึ้นไปถึงขั้นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง กลับมีไม่น้อยกว่าสี่คน หากมู่ซีต้าเหรินไม่อยู่แล้ว เกรงว่า… …”
โหยวฉินเลี่ยไม่จำเป็นต้องกล่าวสืบต่อ มู่ซีสีหน้าแปรเปลี่ยนไปตั้งแต่แรก
นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าโหยวฉินเลี่ยจะลอบสืบเรื่องของตระกูลไม้วังทะเลสาบอย่างลึกซึ้งถึงเพียงนี้! ภายใต้ฉากหน้าที่รุ่งโรจน์ ตระกูลไม้วังทะเลสาบซุกซ่อนจุดอ่อนร้ายแรงเอาไว้ ตระกูลเฉียนจี้อวี๋และตระกูลหลี่ไห่เสี่ยนที่โหยวฉินเลี่ยกล่าวถึง ล้วนเป็นศัตรูเก่าของตระกูลไม้วังทะเลสาบหลายปีมานี้ เนื่องเพราะศักดิ์ฐานะอันสูงส่งของแม่ทัพใหญ่มู่ซี ทั้งสองตระกูลถูกสะกดเอาไว้ เสื่อมทรุดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่หากนางตกตายในที่นี้… …
นางรู้ดีว่าขอเพียงโหยวฉินเลี่ยกระดิกนิ้วคราหนึ่ง ทั้งสองตระกูลพร้อมจะมอบกายถวายชีวิตโด