ตื่นลนลานและความสิ้นหวัง แผ่กระจายอยู่ในใจพวกมันโดยไม่อาจสะกดควบคุม
ความแตกต่างระหว่างขุมกำลังทั้งสองฝ่ายใหญ่โตเกินไป
“ไม่เช่นนั้นก็ลองรวบรวมกำลังตอบโต้ดูสักครั้งเป็นอย่างไร?” โหยวซือหย่าเค่อเหลือบมองประมุขเทพปิศาจ ลองถามหยั่งเชิง
ประมุขเทพปิศาจนิ่งเงียบงัน ในใจขมขื่นสุดทานทน ตอบโต้? พวกมันจะอาศัยอะไรไปตอบโต้ กองทัพฝ่ายตรงข้ามปราศจากช่องว่างจุดอ่อนเสริมสร้างแนวป้องกันอย่างแน่นหนา สามารถลากถ่วงผู้คนจนตาย หากบุกเข่นฆ่าออกไป ไยมิเท่ากับเอาซาลาเปาไส้เนื้อขว้างสุนัข ไม่มีการคายกลับออกมา
ประมุขเทพปิศาจกวาดตามองไปทั่วห้องโถงใหญ่อย่างเลื่อนลอยหากเปรียบกับเมื่อไม่นานมานี้ วิหารเทพปิศาจยังคงโอ่อ่าสง่างาม หากแต่ในเวลานี้เยือกเย็นจับใจ ทั้งร้างไร้ผู้คน
นี่เป็นสัญญาณความปราชัยของพวกมันหรือไม่?
มันนึกถึงความมานะบากบั่นของตนในช่วงหลายปีมานี้ อาศัยการทำศึกสงคราม วิหารเทพปิศาจเติบโตกล้าแข็งมากขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน จน
กลายเป็นขุมกำลังที่เข้มแข็งที่สุดในดินแดนร้อยเถื่อน นี่ทำให้ประมุขเทพปิศาจทระนงภาคภูมิถึงที่สุด จนกระทั่งครั้งหนึ่งมันเคยเชื่อว่าวิหารเทพปิศาจไม่มีวันพ่ายแพ้! แต่รอจนกองทัพหมิงอ๋องมาถึง มันค่อยพบว่าวิหารเทพปิศาจที่ดูคล้ายแกร่งกล้าเกรียงไกร กลับไม่อาจหยุดฝีเท้ารุกคืบของอีกฝ่ายได้
ศัตรูแข็งแกร่งเกินไป!
เปรียบกับทัพหมิงอ๋อง วิหารเทพปิศาจอ่อนแอจนน่าเวทนา ความแตกต่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเหมือนผู