ของมันคือสุ่ยเยวี่ย
ประมุขเทพปิศาจไม่ทราบทุ่มเทความพยายามไปมากมายเท่าใด กว่าจะดึงตัวสุ่ยเยวี่ยผู้นี้เข้าร่วมกับวิหารเทพปิศาจ กลายเป็นเทพปิศาจลำดับที่สี่ คนผู้นี้พลังฝีมือไม่กล้าแข็งเท่าใด แต่เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกฝีมือเลิศนี่คือเหตุผลที่ประมุขเทพปิศาจให้ความสำคัญกับคนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง ในบันทึกโบราณหลายเล่มกล่าวว่า ผู้สืบทอดของตระกูลพฤกษาเงินได้รับการสืบทอดวิชาความรู้ของแม่ทัพโบราณอย่างครบถ้วน
6 คำเรียกหาบุคคลที่อยู่ลำดับที่สี่
สุ่ยเยวี่ยก็ไม่ได้ทำให้ประมุขเทพปิศาจต้องผิดหวัง หลายปีมานี้การขยายดินแดนของวิหารเทพปิศาจ ส่วนใหญ่เป็นความดีความชอบของมัน
สุ่ยเยวี่ยเป็นคนเงียบขรึม ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับผู้ใด ทั้งยังฝีมือเป็นเลิศ ผู้ใดจะไม่ชมชอบผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นนี้?
“ศึกสุดท้ายมาถึงแล้ว” สุ่ยเยวี่ยสงบเยือกเย็นเหมือนเช่นปกติ มันกล่าวเสียงราบเรียบ “ฝ่ายตรงข้ามกำลังจะเริ่มเปิดฉากโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ”
ทั่วทั้งห้องโถงสงัดเงียบโดยพลัน
ชั่วอึดใจให้หลัง ประมุขเทพปิศาจในที่สุดค่อยกล่าวอย่างยากเย็น“พวกเรามีโอกาสต้านรับไว้ได้สักกี่ส่วน?”
“หนึ่งในสิบ” สุ่ยเยวี่ยยังคงเยือกเย็น
โหยวซือหย่าเค่อทอดถอนใจ มันแม้มีนิสัยไม่อินังขังขอบ ไม่ถือสาผลได้ผลเสียมากเท่ากับผู้อื่น ยังคงถูกความสิ้นหวังอับจนที่เกิดจากความแตกต่างของพลังกดทับจนอึดอัดขัดข้องแทบตาย
“หากเราระดมทุกคนในวิหารเทพปิศาจออกรับศึกเล่า?” ประมุขเทพป