ยังใบหน้าของหลินเชียน พลันกลับกลายเป็นเด็ดเดี่ยวมั่นคงดุจเหล็กกล้า
“พี่เหวย ไม่ได้พบกันนานแล้ว” หลินเชียนแย้มยิ้มอย่างอบอุ่นและมีมารยาท “นึกไม่ถึงว่าพี่เหวยจะบรรลุด่านเทพยุทธ์เช่นกัน พี่เหวยในที่สุดก็ค้นพบวิถีกระบี่ในใจตน สมแล้วที่เป็นพวกเราเหล่าเซียนกระบี่”
เหวยเสิ้งสั่นศีรษะ “กระบี่ที่ข้าแสวงหา ไม่เหมือนกับกระบี่ของเจ้า”
“มิผิด” หลินเชียนพยักหน้า “บนวิถีแห่งกระบี่ ผู้ใดถูกผู้ใดผิดยากจะบอกได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใดแข็งแกร่ง ผู้ใดอ่อนแอ กลับสามารถพิสูจน์ได้โดยง่าย เหวยเสิ้ง เจ้ากล้าต่อสู้กับข้าในนามของกระบี่หรือไม่?”
ปลายกระบี่ในมือหลินเชียนชี้ตรงไปยังเหวยเสิ้ง เสื้อยาวสีขาวสะบัดปลิว แผ่ซ่านกลิ่นอายสภาวะอันน่าแตกตื่นสะท้านโลก
“หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น ข้าย่อมให้โอกาสพวกมันต่อสู้อย่างยุติธรรมแต่การต่อสู้ระหว่างเราท่าน ข้ามพ้นการศึกษาวิถีกระบี่ไปนานแล้ว นี่เป็นเรื่องของบุญคุณความแค้นที่รอการชำระสะสาง” เหวยเสิ้งไม่หลบเลี่ยงสายตาของหลินเชียน กล่าวอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา “ข้าเคยสัตย์สาบานด้วยกระบี่ เพื่อสำนักกระบี่สุญตาข้าจะทำลายล้างคุนหลุนให้สิ้นซาก วันนี้หากมิใช่เจ้าตายก็เป็นข้าสิ้น!”
สุ้มเสียงของเหวยเสิ้งราวกับเสียงคำรามของกระบี่ เฉียบขาดและแฝงด้วยอำนาจคุกคามคน กระบี่โลหิตสังหารเทพในมือของมันจี้ตรงไปยังหลินเชียน กรีดเสียงคำรามแหลมอย่างดุร้าย
หลินเชียนทราบว่าแผนการของมันล้มเหลวแล้ว เมื่อครู่ม