อฟังคำถามของจั่วม่อ ต้องสั่นศีรษะพลางกล่าว “ข้ายังคิดไม่ออก”
จั่วม่อเห็นเช่นนี้จึงกล่าว “เช่นนั้นกลับไปลองคิดดู”
การมาของหลีเซียนเอ๋อร์มีคนล่วงรู้ไม่มากนัก กงซุนชาเป็นผู้ที่ต้อนรับนางด้วยตัวเอง
สิบปีล่วงผ่าน แต่รอยยิ้มเอียงอายราวกับเด็กชายข้างบ้านของกงซุนชายังคงเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน มองดูเช่นนี้แทบไม่มีผู้ใดสามารถนำมันไปผูกโยงกับแม่ทัพบัญชาการศึกไร้ผู้ต้านซึ่งสำแดงฝีมือสะท้านไปทั่วหล้าผู้นั้นได้
หลีเซียนเอ๋อร์ดูเคอะเขินอยู่บ้าง แต่ยังคงรักษาสีหน้าสงบเยือกเย็นนางย่อกายคารวะต่อกงซุนชา “เซียนเอ๋อร์คารวะกงซุนชาเซียนเซิง!”
กงซุนชาคารวะตอบอย่างสุภาพ “แม่นางหลีไม่ต้องเกรงใจ”
หลีเซียนเอ๋อร์ในใจร้อนรนดั่งไฟสุม ไม่เปลืองเวลามากความ พลันเอ่ยปากเข้าเรื่องหลักตรง ๆ “ข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือจากม่ออวิ๋นไห่ ริมฝีปากย่อยยับฟันเหน็บหนาว กงซุนเซียนเซิงขึ้นชื่อว่าฉลาดปราดเปรื่องไร้ผู้เทียบเทียม สมควรทราบกระจ่างกว่าข้าเสียอีก ไม่ว่าม่ออวิ๋นไห่ต้องการค่าตอบแทนอันใด ขอเพียงเทียนหวนเราสามารถกระทำได้ รับรองว่าจะไม่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า”
จากนั้นนางนำหีบหยกขนาดใหญ่ออกมาใบหนึ่ง นี่เป็นหีบหยกที่มีคุณภาพเลิศล้า เห็นได้ชัดว่ามีระดับสูงไม่น้อย
“นี่คือชิ้นส่วนของยุทธภัณฑ์เทพที่เทียนหวนได้รับจากตระกูลจั่วเมื่อครั้งกระโน้น เดิมทีพวกเราสมควรส่งคืนให้ถึงมือจั่วม่อเซียนเซิงด้วยตัวเองมีแต่มันจึงเป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่ใ