มออกมา จากนั้นสลายรอยยิ้มทันที ประกายตายิ่งคมกล้ามากขึ้นทุก
“หากมีเพียงสยบพวกมันทั้งหมด ข้าจึงสามารถก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ หากมีเพียงบดขยี้พวกมันทั้งหมด พวกมันจึงยินยอมหุบปากแต่โดยดี หากมีเพียงทำสงครามจึงสามารถนำมาซึ่งความสงบสุข หากมีเพียงพลังอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงสามารถทำให้ดินแดนแห่งความมืดยินยอมศิโรราบเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะให้พวกมันได้ชมดู!”
จั่วม่อนั่งตระหง่าน ดวงตายิ่งทอประกายเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สุ้มเสียงกลับสงบราบเรียบอย่างน่าหวั่นใจ เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น ไม่ทราบเพราะเหตุใด ทุกผู้คนรู้สึกว่าโลหิตในกายเริ่มจะพลุ่งพล่านขึ้นมา ลมหายใจเริ่มกระชั้นเร่งร้อนกว่าเดิม
รอจนเมื่อสีหน้าของจั่วม่อกลับกลายเป็นแกร่งกร้าวอหังการ สุ้มเสียงของมันก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นยะเยียบเย็นชา
“เกียรติยศและศักดิ์ศรีของราชัน ไม่อนุญาตให้ผู้ใดท้าทาย! ในเมื่อมีแต่ต้องใช้เลือดของพวกมันล้างบัลลังก์ของข้า พวกมันจึงจะยอมเข้าใจเช่นนั้นพวกเราจะปราบพิชิตพวกมัน บดขยี้พวกมัน ทำลายล้างพวกมัน!ใช้การต่อสู้และความตายถามไถ่พวกมัน จะยอมสยบหรือมอบชีวิตออกมา!”
แม่ทัพนายกองทั้งหลายรวมทั้งอันม่อสองตาเปลี่ยนเป็นแดงฉานถลึงตากลมกว้าง หายใจหนัก ๆ โดยไม่รู้ตัว!
ในบรรดาเผ่าปิศาจทั้งมวล ราชาคือผู้ไร้เทียมทาน!
จั่วม่อลุกขึ้นยืนช้า ๆ เส้นสายบนใบหน้ากระด้างเย็นชาดุจสลักเสลาจากก้อนศิลา มันกวาดตามองคนทั้งหมดด้วยสีหน้าไ