ล่าวว่า “ทิ้งห้าคนนั้นไว้ที่นี่ ข้าจะช่วยให้พวกมันฟื้นขึ้นมา นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าพอจะช่วยเหลือเจ้าได้ อ้อ ข้าแม้ไม่มีฝีมือหลอมสร้าง แต่เจ้าทิ้งหัวใจมังกรกับลูกไฟวิญญาณไว้ที่นี่เถอะ ข้าจะจัดการกับพวกมันเอง”
จั่วม่อจู่ ๆ รู้สึกว่ามันกำลังจะร่าไห้
นี่ใช่ความรู้สึกเศร้าเสียดายที่ผู้เข้มแข็งแห่งยุคผู้หนึ่งกำลังจะลาโลกไปหรือไม่ หรือเป็นความหวนหาอาวรณ์ที่มีต่อญาติผู้ใหญ่ผู้กำลังจะล่วงลับ??
มันเงยหน้าขึ้น พยายามเค้นรอยยิ้มออกมาอย่างเต็มฝืน สุ้มเสียงขรึมเคร่งสำรวมราวกับกำลังสัตย์สาบาน “ข้าปฏิบัติต่อม่ออวิ๋นไห่เช่นไร ก็จะปฏิบัติต่อดินแดนแห่งความมืดเช่นเดียวกัน!”
ซือยิ้มละไม กล่าวอย่างอ่อนโยนเป็นประโยคสุดท้าย “ไปเถอะ”
อย่าได้เห็นว่าหนานเยว่ดูคล้ายไม่อินังขังขอบต่อสิ่งใด ซึ่งความจริงนางมีอารมณ์อ่อนไหวยิ่ง
นกกระเรียนกระดาษของต้าเหรินมอบความหวังให้แก่ทุกคน ทำให้พวกมันมีความเชื่อมั่นต่ออนาคต ทุกผู้คนพากเพียรพยายามอย่างหนักหน่วง รอคอยให้ต้าเหรินกลับมา
อย่างไรก็ตาม ผ่านไปสิบปีแล้ว!
แม้ว่าแม่นางน้อยต้าเหรินยังคงเพียรพยายามอย่างสุดความสามารถแม้ว่าทุกคนยังคงเชื่อมั่นและยืนกรานอย่างแข็งขัน แต่หนานเยว่ตระหนักดี ความคิดของบางคนกำลังแปรเปลี่ยนไป
คลื่นใต้น้ากำลังก่อตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าตระกูลและขุมกำลังที่เข้าร่วมกับม่ออวิ๋นไห่ในภายหลัง คนเหล่านี้ไม่ได้มีความรู้สึกจงรักภักดีต่อจั่วม่อสักเท่าใด พวก