งพวกมันมองตามจั่วม่อ บางครั้งสีหน้ายังมีการเปลี่ยนแปลง
จั่วม่อในยามนี้สีหน้าขัดตายิ่ง มันตระหนักว่ามีวิญญาณถูกกักขังอยู่ในแท่นบูชาแต่ละแห่ง
มันพยายามมองผ่านไปไกลสุดสายตา ยังคงเห็นแท่นบูชาทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ทราบมีดวงวิญญาณมากมายเท่าใดถูกกักขังอยู่ในแท่นบูชาอุบาทว์บัดซบนี้!
จั่วม่อเร่งความเร็วขึ้นอีก มันแผ่ขยายจิตสัมผัสไปรอบ ๆ พยายามค้นหาคลื่นพลังของผูเยากับเว่ย แต่หลังจากเหินบินติดต่อกันกว่าห้าวันห้าคืน ยังคงไม่พบพานคลื่นพลังที่เป็นของผูเยาและเว่ย
แท่นเซ่นสรวงบูชายัญที่เบื้องหน้ามันยังคงทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุดเช่นเดิม
แต่จั่วม่อไม่หยุดยั้งรั้งรอ รอจนอีกสามวันให้หลัง มันในที่สุดค่อยหยุดลง
เบื้องหน้ามันมีแท่นเซ่นสรวงบูชายัญสองแท่นตั้งอยู่เคียงข้างกัน บนเสาหินทั้งสองมีสองใบหน้าที่คุ้นตา จั่วม่อจดจำได้ทันทีว่าพวกมันคือผูเยากับเว่ย
“ไม่พบกันนานแล้ว”
จั่วม่อพึมพำเบา ๆ ขอบตาแดงรื้นขึ้นมา
ใบหน้าทั้งสองเปลี่ยนไปมาก พวกมันคล้ายเผชิญกับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างสาหัส
จั่วม่อสูดลมหายใจลึก ไม่รอช้าอีกต่อไป เดินเข้าไปจนชิดเสาหินหนึ่งในสอง ทาบฝ่ามือลงไป
ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสถูกเสาหิน พลันได้ยินคลื่นเสียงกรีดร้องนับไม่ถ้วนกึกก้องอยู่ในโสตประสาท เสียงกรีดร้องที่ไม่เคยหยุดลงบ่งบอกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ หากมิใช่ผู้ที่มีจิตใจแกร่งกร้าวดุจหินผาเช่นจั่วม่อ เวลาน