ยเซ่นสรวงของสือผิ่นบรรลุถึงขั้นปล่อยออกรั้งเข้าได้ดั่งใจปรารถนา การเปลี่ยนแปลงท่วงท่าในครั้งนี้เรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่รวบรัดหมดจดถึงที่สุดประสบการณ์ต่อสู้ในห้วงความว่างเปล่าไร้ขอบเขต มีส่วนช่วยให้สือผิ่นเติบโตไปถึงขอบเขตอันน่าตระหนก
“เฮ้เฮ้เฮ้! สือผิ่น! เจ้าต่าช้าเกินไปแล้ว! เมื่อครู่ข้ามิใช่บอกว่า… …”ทหารยันต์ทองคำดำถลึงตาใส่สือผิ่นอย่างขุ่นแค้น
สือผิ่นคล้ายไม่ได้ยิน อันที่จริงกระทั่งหางตายังไม่เหลือบแลแม้สักแวบ เพียงกวักมือเบา ๆ กระบี่วงพระจันทร์หมุนคว้างกลับมายังมือของมัน
ทุกคนโถมเข้าไปรุมมุงดูเงาสีเทาที่สิ้นชีพ พากันเพ่งพิศพิจารณาอย่างสนอกสนใจ
เจ้าสิ่งนี้รูปโฉมภายนอกเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง ปราศจากแขนขามือเท้า มีลักษณะคล้ายก้อนเนื้อสีเทากลม ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยหนวดสัมผัสสีเทาเข้มปกคลุมทั่วร่าง เส้นหนวดเหล่านี้เรียวบาง ล่องลอยอยู่ในพลังงานความตายราวกับสาหร่ายทะเล
“เจ้าสิ่งนี้น่าสะอิดสะเอียนนัก!” ทหารยันต์ทองคำดำมีสีหน้าเหยียดหยาม เจ้าสิ่งพิลึกนี้ไม่อาจกระตุ้นความอยากอาหารของมันแม้แต่น้อยนิด
“สิ่งที่ถือกำเนิดจากพลังงานความตาย หรือเจ้าเข้าใจว่ามีสิ่งใดไม่น่าสะอิดสะเอียนจั่วม่อกล่าว ขณะที่พลิกร่างตัวประหลาดเพื่อตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน
ร่างของสัตว์ประหลาดสลายหายไปด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ชัดตา เห็นได้ว่าร่างกายส่วนใหญ่ของมันสร้างขึ้นจากพลังงานความตายในท้ายที่สุดหลงเหลือเพียงลูกแก้วสีดำแวววาวล