ริยันกลุ่มหนึ่งพลันปกคลุมกระดูกขาสีทองคำเข้มทั้งท่อน
จั่วม่อสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
อักขระเทพบนพื้นผิวของกระดูกขาสีทองคำเข้มค่อยๆ สว่างเจิดจ้าขึ้นทีละน้อย แท่งกระดูกดูประหนึ่งแท่งเหล็กร้อนแดง สาดประกายแสงสีแดงฉาน จั่วม่อขยับมือเป็นจังหวะจะโคนอันแปลกประหลาด เปลวไฟเทพสุริยันเคลื่อนตามท่วงทำนองของจังหวะมือ
อักขระเทพสุริยันบนพื้นผิวกระดูกหม่นแสงลง แต่เนื่องเพราะแท่งกระดูกยิ่งมายิ่งสว่างสุกใส อักขระเทพสุริยันที่หม่นมัว ยิ่งกลับกลายเป็นภาพที่ขัดแย้งกันมากกว่าเดิม
จั่วม่อยกมือขวาขึ้นเล็กน้อย
ซื่อ!
ลวดลายอักขระเทพสุริยันซึ่งเดิมทีสลักอยู่บนชิ้นกระดูก ยามนี้กลับลอยออกมาจากพื้นผิวกระดูก ดูคล้ายตาข่ายที่ปกคลุมชิ้นกระดูกอย่างหลวม ๆ
จั่วม่อดวงตาทอประกายเจิดจ้า พลังสภาวะของมันทวีความกล้าแข็งขึ้นไม่หยุดยั้ง ทันใดนั้นค่ายกลอักขระเทพซึ่งสลักไว้บนพื้นและผนังกำแพง
จั่วม่อหยาดเหงื่อไหลท่วมไปตามแผ่นหลัง แต่มันย่อมไม่มีความสนใจจะสงวนหยาดเหงื่อของตนในเวลานี้ เพลิงเทพสุริยันเริ่มหลอมกลั่นของเหลวสีทองกลุ่มนั้นสืบต่อ
เคราะห์ดีที่พลังบำเพ็ญเพียรของมันปรับรากฐานอย่างมั่นคง จั่วม่อนึกยินดีในใจ
ขณะที่พลังเทพของมันยังไม่ฟื้นฟู แต่พลังบำเพ็ญเพียรที่มั่นคงก็มีประโยชน์หลายประการ ยกตัวอย่างเช่นฝีมือควบคุมเพลิงเทพสุริยันของมัน ซึ่งสูงล้ากว่าในตอนที่ยังไม่ได้บรรลุด่านเทพยุทธ์อยู่มากโข เปลวเพลิงเทพสุริยันยามนี้ราวกับเป็