นส่วนหนึ่งในร่างกายมัน สามารถใช้ได้ไม่ต่างจากแขนขาของตน ซึ่งความจริงถึงกับคล่องแคล่วประเปรียวกว่ามือของมันเสียอีก
จั่วม่อมุ่งมั่นหลอมกลั่นอย่างต่อเนื่อง ขจัดสิ่งเจือปนออกจากของเหลวสีทองโดยไม่หยุดพัก ของเหลวสีทองยิ่งนานยิ่งหดเล็กลงทุกขณะ
กลิ่นอายสภาวะที่แผ่ออกมาจากของเหลวสีทองแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว จากข่มขู่คุกคามกลายเป็นนุ่มนวลอ่อนโยน พลังสภาวะของมันเริ่มอ่อนจางลง แต่ให้ความรู้สึกหมดจดบริสุทธิ์มากกว่าเดิม
จั่วม่อยังไม่หยุดมือเพียงเท่านี้
เพลิงเทพสุริยันยังคงแผดเผาอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการหลอมกลั่นนี้ดำเนินติดต่อกันถึงสามวันเต็ม
ท้ายที่สุดหลงเหลือหยดของเหลวสีทองเพียงหยดเดียว ของเหลวสีทองหยดนี้เป็นสีทองจาง ๆ โปร่งใสชัดเจน ปราศจากสิ่งเจือปนใด ๆ
จั่วม่อในที่สุดค่อยเผยสีหน้าพึงพอใจ พลันอ้าปากน้อย ๆ ของเหลวสีทองใสแจ๋วหยดนั้นลอยหายเข้าไปในปากของมัน
เมื่อหยดของเหลวสีทองผ่านเข้าไปในปาก มันสะท้านขึ้นทั้งร่างอย่างช่วยไม่ได้
ทั่วร่างเอ่อท้นไปความสุขสบายที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย ความเหน็ดเหนื่อยทั้งมวลสลายหายไปสิ้น กระแสเปลวสุริยะสีแดงฉานนับไม่ถ้วนในร่างของจั่วม่อ ราวกับฉลามสูดได้กลิ่นเลือด พากันถาโถมมาจากทุกทิศทางทั่วร่างของจั่วม่อ ไหลบ่าไปยังหยดของเหลวสีทองราวกับคลุ้มคลั่ง
กระแสเปลวสุริยะสีแดงเล็ก ๆ เหล่านี้ เป็นผลที่เกิดจากการต่อสู้กับผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนหวนเมื่อครั้งนั้น
เมื่อจั่วม่อทำลายเมล็