ร้ายลง
ผู้พิทักษ์สุสานหยินมีฐานกำลังอยู่ใกล้เคียงกับเมืองหวูเกอมากที่สุดดังนั้นพวกมันมาเป็นคนแรก เรียกร้องให้เมืองหวูเกอส่งมอบเหมืองเหล็กดำรัตติกาลให้แก่พวกมัน แน่นอนว่าเมืองหวูเกอย่อมปฏิเสธ ทั้งสองฝ่ายหาได้มีไมตรีต่อกันไม่ หลังจากนั้นมีขุมกำลังอื่น ๆ ทยอยเดินทางเข้ามาหารือกับเมืองหวูเกอ สร้างความไม่ขุ่นเคืองใจให้แก่ผู้พิทักษ์สุสานหยินเป็นอันมาก ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
รับฟังถึงตอนนี้ จั่วม่องุนงงเล็กน้อย “ผู้พิทักษ์สุสานหยินไม่มีข้อกริ่งเกรงอันใดเลยรึ
เจ้าเมืองหวูเกอฝืนยิ้มขมขื่น “ผู้อาวุโสอาจยังไม่ทราบ ผู้พิทักษ์สุสานหยินแม้ไม่ทรงพลังอำนาจเท่ากับจ้าวรัตติกาลผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสี่ แต่พวกมันมีศักดิ์ฐานะพิเศษ กองกำลังผู้พิทักษ์สุสานหยินเป็นหนึ่งในกองทัพยุคแรกของราชา ได้รับความไว้วางใจจากองค์ราชา ให้เฝ้าพิทักษ์หมื่นสุสานแห่งโลกมืด”
“หมื่นสุสานแห่งโลกมืด?”
?”จั่วม่ออดถามไม่ได้
เจ้าเมืองหวูเกอฝืนยิ้มขมขื่นเป็นหนที่สอง “ผู้น้อยทีแรกก็คิดเช่นนั้นจนใจที่ท่านจ้าวรัตติกาลไห่ซินปิงสั่งให้เราส่งมอบแร่เหล็กดำรัตติกาลสามหมื่นจินภายในสามเดือน มิเช่นนั้น… …”
“มิเช่นนั้น?”
“มิเช่นนั้นทุกคนในตระกูลข้าต้องถูกสังหารสิ้น!” เจ้าเมืองหวูเกอคิดร่าไห้ยังไร้น้าตา “ผู้น้อยก็ต้องการละทิ้งเหมือง แต่ไห่ซินปิงต้าเหรินกระทำตามที่ลั่นวาจาเสมอ หากเราไม่จัดส่งแร่เหล็กดำสามหมื่นจินในเวลาที