ปลิวลิ่วไปดุจว่าวสายป่านขาด ร่วงฟาดพื้นอย่างหนักหน่วง สิ้นสติไปเป็นคำรบสอง
“ประเสริฐ เช่นนั้นข้าจะยอมรับเหมืองของเจ้า” จั่วม่อเงยหน้าขึ้นกล่าวกับเจ้าเมืองหวูเกอ “ในเรื่องความปลอดภัยของตระกูลเจ้า เจ้ามีทางเลือกสองทาง หนึ่งคือติดตามข้า อีกหนึ่งคือข้าจะเจรจากับพวกมันไม่ให้มารังควานหาเรื่องเจ้าอีก”
“ตระกูลของเราทั้งหมดล้วนยินดีติดตามต้าเหริน!” เจ้าเมืองหวูเกอกล่าวโดยไม่ลังเลแม้แต่ชั่ววูบ
มันเห็นซึ้งกระจ่างดี ตัวมันเองเป็นเพียงชิ้นเนื้อที่ถูกขว้างออกไปล่อสุนัข ท้ายที่สุดแล้วย่อมมีคนเขมือบมันลงไป มันไม่อาลัยอาวรณ์กับเหมืองแร่เหล็กดำรัตติกาลอีกต่อไป เพียงหวังว่าสามารถปกป้องคุ้มครองตระกูล
เมื่อได้ยินวาจาอันสงบเยือกเย็นของจั่วม่อ ไม่ทราบเพราะเหตุใด ตาเฒ่าหวูรู้สึกความหวาดหวั่นพรั่นพรึงพลันสลายคลาย มันน้อมกายคารวะรับคำ
“สืบทราบความเป็นมาของมันหรือไม่?”
“ความเป็นมาของมันไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัด สิ่งที่เราพอจะสืบทราบจนถึงตอนนี้ มีเพียงเรื่องที่ว่ามันเดินออกมาจากบึงหานหมิง เมื่อมาถึงเมืองเสี่ยวโยว มันลากโลงศพห้าใบมาด้วย หลังจากนั้นมันเดินทางโดยใช้รถศึกที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าแล่นผ่านไปยังที่ใด ล้วนบังเกิดพายุสายฟ้าคำรน” เครือข่ายข่าวสารของตำหนักที่ราบน้าแข็งแดนเหนือนับว่ากว้างขวางและลึกล้า เพียงชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ก็สืบค้นรายละเอียดทุกอย่างได้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง “คนผู้นี้แม้ผมเผ้าขาวโพลนทั้งศ